นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 远交近攻/遠交近攻yuǎn jiāo jìn ɡōnɡ (เยฺหวี่ยน เจียว จิ้น กง) โดย คำว่า
远/遠 yuǎn (เยฺหวี่ยน) แปลว่า ห่างไกล ที่ไกล
交 jiāo (เจียว) แปลว่า การแลกเปลี่ยน การสื่อสาร (ในบทนี้จะหมายถึงการคบค้าด้วย หรือการเชื่อมความสัมพันธ์ต่อกัน)
近 jìn (จิ้น) แปลว่า ใกล้ ที่ใกล้
攻 gōng (กง) แปลว่า รุกราน โจมตี
เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง คบแดนไกลโจมตีแดนใกล้ ผูกมิตรแดนไกลโจมตีแดนใกล้ หมายถึงการเลือกคบกับประเทศที่มีดินแดนห่างไกลกัน แต่เลือกทำสงครามกับประเทศที่มีดินแดนใกล้ มันคือกลยุทธ์การศึกที่มีความสุขุมลึกซึ้งมาก สำนวนสุภาษิตนี้มีที่มาจากยุทธศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในยุคจ้านกั๋ว 战国/戰國 Zhànguó ยุคสงครามระหว่างรัฐของจีน เป็นคำที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและกลยุทธ์อันลึกซึ้งของคนจีนโบราณ สำนวนนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นภาพความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างรัฐในยุคนั้น มันยังให้ข้อคิดอันล้ำค่าในการรับมือกับปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
เรื่องราวในสุภาษิตนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายยุคจ้านกั๋ว战国/戰國 ซึ่งในช่วงนี้ในประเทศจีนมีรัฐใหญ่อยู่เจ็ดรัฐที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งชิงดินแดนและผลประโยชน์ โดยในบรรดารัฐทั้งเจ็ดเหล่านี้ รัฐฉิน 秦国/秦國Qín guó ฉินกั๋ว มีอำนาจมากที่สุดในช่วงของปลายยุค รัฐฉินจึงมีความทะเยอทะยานที่จะรวมแผ่นดินจีนที่แตกแยกมาหลายร้อยปีนี้ให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียว อย่างไรก็ตาม รัฐฉินเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแผ่นดินจีนซึ่งห่างไกลจากหกรัฐใหญ่ทางตะวันออก ดังนั้นการที่จะยกทัพไปโจมตีรัฐใด ๆ โดยตรงนั้น หมายถึงการที่ต้องเดินทัพระยะไกล ทำให้การส่งกำลังบำรุงก็ยุ่งยากลำบากมาก และในการยกทัพออกเดินทางไปจากรัฐของตัวเองนั้นก็อาจเป็นโอกาสให้ศัตรูฉวยโอกาสโจมตีรัฐฉินได้ ดังนั้น รัฐฉินจึงจำเป็นต้องมีนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ดีเพื่อให้อุดมการณ์รวมชาติบรรลุผล
กษัตริย์แห่งรัฐฉินมีที่ปรึกษาที่เป็นนักยุทธศาสตร์ผู้มีความสามารถคนหนึ่งนามว่า ฟ่าน จวี 范雎/範雎Fàn Jū ได้นำเสนอกลยุทธ์ “ผูกมิตรแดนไกล โจมตีแดนใกล้” ต่อกษัตริย์ฉิน โดยฟ่าน จวีให้เห็นว่ารัฐฉินควรสร้างสัมพันธไมตรีกับรัฐที่อยู่ห่างไกล และหากสามารถร่วมเป็นพันธมิตรได้ด้วยก็จะยิ่งดี ทั้งนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจรัฐเหล่านี้ ในขณะเดียวกัน ควรใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับรัฐเพื่อนบ้านแดนใกล้ แล้วค่อย ๆ แทรกซึมและยึดครองดินแดนรัฐเหล่านี้ สุดท้ายก็ทำลายกำลังของรัฐแดนใกล้เหล่านี้
กษัตริย์ฉินเห็นด้วยกับแนวคิดนี้และได้นำมาใช้ โดยเริ่มสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัฐที่อยู่ห่างไกล เช่น รัฐฉี 齐国/齊國Qí ɡuó และรัฐเยียน 燕国/燕國Yān ɡuó บางครั้งถึงขั้นให้การช่วยเหลือรัฐเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำสงครามกับรัฐเพื่อนบ้านอย่างรัฐหาน 韩国/韓國Hán ɡuó และรัฐเว่ย 魏国/魏國Wèi ɡuó อย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดครองดินแดนและแย่งชิงประชากร กลยุทธ์นี้ทำให้รัฐฉินเริ่มฉายแววโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคจ้านกั๋วตอนปลาย รัฐฉินกลายเป็นรัฐที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น จนมาถึงยุคของกษัตริย์ฉินหยิ่งเจิ้ง秦嬴政Qín yíng zhènɡ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จึงสามารถกำราบรัฐทั้งหมดและรวบรวมดินแดนที่แตกแยกให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:结交远方的国家,进攻邻近的国家。待人处世的一种手段。
成語比喻:結交遠方的國家,進攻鄰近的國家。待人處世的壹種手段。
Chénɡyǔ bǐyù:Jiéjiāo yuǎnfānɡ de ɡuójiā, jìnɡōnɡ línjìn de ɡuójiā. Dàirén chǔshì de yī zhǒnɡ shǒuduàn.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เจี๋ยเจียว เยฺหวี่ยน ฟาง เตอะ กั๋วเจีย, จิ้นกง หลินจิ้น เตอะ กั๋วเจีย. ไต้เหริน ฉู่ฉื้อ เตอะ อี โจ่ง โฉ่วตวั้น.
สุภาษิตเปรียบว่า สร้างมิตรกับประเทศที่ห่างไกลและโจมตีประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง วิธีการหนึ่งในการจัดการกับผู้คน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
当今国家的边界形势上,我认为外交应该是远交近攻为首要策略。
當今國家的邊界形勢上,我認爲外交應該是遠交近攻爲首要策略。
Dānɡjīn ɡuójiā de biānjiè xínɡshì shànɡ, wǒ rènwéi wàijiāo yīnɡɡāi shì yuǎnjiāojìnɡōnɡ wéi shǒuyào cèlüè.
ตังจิน กั๋วเจีย เตอะ เปียนเจี้ย สิงฉื้อ ฉั้ง, หวั่ว เริ่นเหวย ไว่เจียว อิงไก ฉื้อ เยฺหวียนเจียวจิ้นกง เหวย โฉ่วเหย้า เช่อเลว่.สถานการณ์ชายแดนของประเทศในปัจจุบัน ฉันเชื่อว่ากลยุทธ์ทางการทูตหลัก ควรเป็นการผูกมิตรกับประเทศที่อยู่ห่างไกลและโจมตีประเทศใกล้เคียง

