นักวิชาการ ชี้ โรงเรียนขนาดเล็ก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แนะพัฒนาให้มีคุณภาพ มากกว่ามุ่งยุบควบรวม
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า โรงเรียนขนาดเล็กกลายเป็นเรื่องราคาชังในวงการศึกษามา 10 ปี และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาจะมีเพื่อแนวคิดยุบควบรวม หรือจะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถตอบโจทย์ปัญหาได้ แต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโรงเรียนอยู่ 29,449 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก 15,309 แห่ง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า โรงเรียนในปัจจุบันมีสภาพโกลาหล คือ “โรงเรียนหนีตาย” คือ ในแนวชายแดนจะมีเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน หนีสงครามเข้ามาเรียนในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่คือ โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ตามแนวชายแดน เกาะแก่ง ส่วนคนที่เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ก็จะหนีตายไปเรียนในโรงเรียนประจำอำเภอ ดังนั้น สิ่งที่จะเห็นในทุกๆเช้าคือ ผู้ปกครองจะส่งลูกขึ้นรถเพื่อให้ลูกเข้าไปเรียนใน โรงเรียนประจำอำเภอ เพราะผู้ปกครองเชื่อว่ามีคุณภาพและมาตรฐาน มีจำนวนครูที่พอเพียง ขณะเดียวกันสำหรับคนที่มีฐานะมากขึ้นได้ “หนีตาย” ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด หรือโรงเรียนในอำเภอเมือง ทำให้เห็นว่าโรงเรียนประจำจังหวัดหลายแห่งมีจำนวนเด็กที่ล้น หลายแห่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่หรือใหญ่พิเศษ หรืออาจจะส่งลูกไปเรียนในกรุงเทพ หรือโรงเรียนสาธิต เป็นต้น ในขณะที่เด็กที่ไม่มีทางจะไปต้องมาเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งโรงเรียนมีแนวโน้มจะถูกยุบ ควบรวม และถูกปิดมากขึ้น
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่โรงเรียนจองคนยากจนมีแนวโน้มที่ถูกยุบควบรวม โรงเรียนของคนที่มีฐานะอย่าง “โรงเรียนนานาชาติ” กลับเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 9.7% โดยในปี2567 มีโรงเรียนนานาชาติจำนวน 249 แหล่ง และมีแนวโน้มขยายไปตามต่างจังหวัดมากขึ้นตามลำดับ ค่าใช้จ่ายสำหรับเด็ก 1 คนในโรงเรียนนานาชาติอยู่ที่ประมาณ 764,484 บาท มีจำนวนนักเรียน 77,734 คน นี่คือลักษณะของการอพยพและหนีตายเป็นทอดๆ
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า โรงเรียนขนาดเล็ก อยู่บนความเป็นความตาย อยู่ในสภาพไม่แน่นอนแต่จำนวนเพิ่มขึ้นตลอด ซึ่งจะพบว่ารัฐมีวิธีการทางอ้อมให้โรงเรียนเหล่านี้ถูกยุบควบรวม โดยการไม่บรรจุครู ไม่บรรจุผู้บริหารลงไป งบประมาณที่ได้รับก็แทบจะบริหารจัดการไม่ได้ คล้ายกับว่ารัฐไม่ได้สนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก มองว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นปัญหาและอุปสรรคในเรื่องคุณภาพการศึกษามายาวนาน ด้วยความเชื่อ และทัศนคติเหล่านี้ ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กด้อยในเรื่องคุณภาพการศึกษา เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณ แต่เมื่อมองอีกด้านจะเห็นว่าเด็กเกือบครึ่งของประเทศอยู่ที่ “โรงเรียนขนาดเล็ก” ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กถูกปล่อยปละละเลยมาเป็น 10 ปี
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว AI เข้ามามีส่วนที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำหนักขึ้น ปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น แต่ระบบราชการยังมีชุดความคิดจัดการการศึกษาแบบเดิมๆ เกือบ 26 ปีแล้วที่ยังไม่มีการปฏิรูปใดๆ คนจึงมองเห็นว่าการศึกษาที่ดีที่สุดของลูกหลานเขา คือ โรงเรียนสาธิต โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนโรงเรียนในชนบท โรงเรียนชายขอบ ในเกาะแก่ง ไม่มีใครสนใจหรือไปทำให้ดีขึ้น
“ขณะนี้ สพฐ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลับมามองโรงเรียนขนาดเล็ก ในมุมมองที่ดีขึ้น จากเมื่อก่อนให้ยุบควบรวม มองว่า การมองโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องมองจากล่างขึ้นบน มองในเรื่องการให้โอกาสความเท่าเทียมกับเด็กที่มาจากครอบครัวฐานะยากจน ต้องมองในเรื่องการให้ทุนการศึกษา อาหารเช้า การประกอบอาชีพของพ่อแม่เพื่อให้พ่อแม่ไม่ย้ายถิ่นฐาน และการทำให้โรงเรียนขนาดเล็กยืดหยุ่น เปิดให้ได้รับความช่วยเหลือจากท้องถิ่น เอกชน” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ควรจะเร่งทำคือ 1. ถ้าโรงเรียนขนาดเล็กมีความพร้อมที่จะไปอยู่ในสังกัดของ อปท. ต้องให้ไป เพราะ อปท.อยู่ใกล้ชิดสามารถดูแลโรงเรียนเหล่านี้ได้ 2.ขณะนี้ AI มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาในการศึกษามากขึ้น อาจจะใช้ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยครูในโรงเรียนขนาดเล็ก เข้ามาช่วยในบางวิชา เพื่อให้ครูสามารถมาเป็นนักจัดการการศึกษาได้ เชื่อว่า AI จะตอบโจทย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาสังคม และ AI เจริญโตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ความคิดการศึกษายังอยู่กับที่และไม่เปลี่ยนแปลง และรัฐมนตรีที่เข้ามาแก้ไขจะนำนโยบายชั่วครั้งชั่วคราวมาบริหารก่อนที่จะทิ้งปัญหาไว้ให้ ก่อนที่จะเริ่มต้นกันใหม่ ดังนั้นการศึกษาในบ้านเราไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือดีขึ้นแม้แต่น้อย
“เด็กที่ยากจน ด้อยโอกาส เด็กที่มีทางจะไป ต้องเรียนที่โรงเรียนขนาดเล็ก ดังนั้น เราจะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้มากกว่าโรงเรียนในเมืองอย่างไร ไม่ใช่ใช้มาตรฐานหรือเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด ต้องทำให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ใกล้บ้าน ใกล้ชุมชน ให้กลับมามีคุณภาพและน่าเชื่อถือ มองโรงเรียนขนาดเล็กในมิติที่บวกมากขึ้น ไม่ใช่มองตามความคิดเดิมคือ ยุบควบรวม ไม่ให้บรรจุครู เพราะจะทำให้โรงเรียนพวกนี้แย่ลงๆ” นายสมพงษ์ กล่าว
![g]hd1 wed](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/07/ghd1-wed-728x382.jpg)
