หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (357) 成语故事(三五七)

23.07.25 | 15:17 น.

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 废寝忘食/廢寢忘食fèi qǐn wàng shí (เฟ่ย ฉิ่น ว่าง ฉือ)

คำว่า 废/廢 fèi (เฟ่ย) แปลว่า ของเสีย เอาทิ้ง ละทิ้ง ปลด

寝/寢 qǐn (ฉิ่น) แปลว่า การนอน

忘 wànɡ (ว่าง) แปลว่า ลืม หลงลืม

食 shí (ฉือ) แปลว่า อาหาร

Advertisement

เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ละทิ้งการกินนอน ลืมเวลากินเวลานอน ใช้อธิบายการทำอะไรบ้างอย่างด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน

ประเทศจีนช่วงปลายยุคชุนชิว ยุคเบ่งบานทางความคิด ก่อเกิดนักคิดนักปราชญ์มากมาย ขงจื่อ孔子 Kǒngzǐ ก็คือหนึ่งในนั้นคือขงจื่อ เป็นทั้งนักการศึกษา นักปรัชญา และนักการเมือง เขาเคยรับราชการแต่ไม่รุ่งนักกับเส้นทางนี้ เนื่องจากเหล่าผู้ปกครองบ้านเมืองในยุคนั้นขาดความเข้าใจในหลักความคิดของเขา และแต่ละเมืองแต่ละรัฐต่างก็มีความละโมบโลภมากอยากขยายดินแดนของตน ขาดความจงรักภักดีต่อราชสำนักโจว แนวคิดของขงจื่อที่ว่าด้วยคุณธรรมนำการปกครองจึงเข้าไม่ได้กับพวกผู้นำ ต่อมาขงจื่อได้เปิดสำนักวิชาของตัวเอง สอนวิชาการทั้งหลายให้กับลูกศิษย์ ด้วยแนวคิดอันทันสมัยและมีเทคนิควิธีการสอนศิษย์ที่หลากหลาย ทั้งยังไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นในการรับลูกศิษย์และในกระบวนการเรียนการสอน ทำให้เขามีลูกศิษย์มากมาย

โดยในกระบวนการการสอนนั้น นอกจากอยู่แต่ในโรงเรียนเรียนแล้ว พวกเขาก็ต้องมีการออกเดินทางด้วย เพื่อเผยแผ่ความรู้และสะสมหรือแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ จากการเดินทาง ขงจื่อจึงมักพาลูกศิษย์เดินทางไปยังแคว้นต่างๆ เพื่อเผยแผ่แนวคิดของตน วันหนึ่ง พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองเย่ 叶邑/葉邑Yè yì(เย่อี้) ของแคว้นฉู่楚国/楚國Chǔ guó (ฉู่กั๋ว) รัฐใหญ่ทางใต้ ข้าหลวงใหญ่ประจำเมืองชื่อเฉินจูเหลียง 沈諸梁 Shěn Zhūliánɡ แต่ผู้คนในเมืองนี้มักเรียกเขาว่า “เย่กง” 叶公/葉公 Yè ɡōnɡ เย่กงต้อนรับขงจื่อและลูกศิษย์อย่างอบอุ่น เย่กงเคยได้ยินชื่อเสียงของขงจื่อในฐานะนักปรัชญาและนักการเมือง ผู้ที่อบรมลูกศิษย์ให้มีความสามารถมากมาย แต่เขากลับไม่รู้จักตัวตนของขงจื่อมากนัก จึงสอบถามลูกศิษย์ของขงจื่อ นามว่า จื่อลู่ 子路 Zǐlù ว่าขงจื่อเป็นคนเช่นไร แม้ว่าจื่อลู่จะติดตามขงจื่อมาหลายปี แต่ในขณะนั้นเขากลับไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงไม่ได้พูดอะไรเลย ต่อมาเมื่อขงจื่อทราบเรื่องนี้เข้า จึงกล่าวกับจื่อลู่ว่า “เจ้าควรบอกเขาไปว่า ขงจื่อผู้นี้เป็นคนที่มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่าย ถึงขนาดละเลยการนอนหลับ ลืมกินอาหาร ขงจื่อมีความสุขกับการสอนหนังสือและถ่ายทอดคุณธรรมโดยไม่กังวลเรื่องความยากลำบาก รักการเรียนรู้จนกระทั่งลืมแม้กระทั่งอายุของตนเอง”

คำพูดของขงจื่อสะท้อนถึงอุดมคติอันยิ่งใหญ่ของเขา และความกระหายในความรู้และวิชาอย่างมากมาย ขงจื่อได้อุทิศตนอย่างเต็มที่ในการรวบรวม ตรวจสอบ และเรียบเรียงคัมภีร์โบราณขึ้นใหม่ ในยุคนั้น คัมภีร์คลาสสิกอย่าง “บทกวี” 《诗》shī (ฌือ), “คัมภีร์ประวัติศาสตร์” 《书》shū (ฌู) , “พิธีกรรม” 《礼》lǐ (หลี่), และ “ดนตรี” 《乐》yuè (เยว่) ต่างก็ขาดหายหรือสูญเสียไปบางส่วน ระเบียบแบบแผนและดนตรีในราชสำนักก็แทบไม่มีใครเข้าใจ

อย่างถูกต้อง ผลการทุ่มเทของขงจื่อและลูกศิษย์ ทำให้ความรู้ตั้งแต่โบราณยังคงสามารถถ่ายทอดต่อไปยังคนรุ่นหลังได้ ความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อของขงจื่อในการศึกษาหาความรู้ ถึงกับละทิ้งการกินนอน จึงเห็นได้อย่างชัดเจนจากเรื่องนี้เอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:专心努力。

成語比喻:專心努力。

Chénɡyǔ bǐyù:Zhuānxīn nǔlì.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: จวันซิน หนู่ลี่

สุภาษิตเปรียบว่า ตั้งใจและมานะพยายาม

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

他为了早日毕业,所以他日夜做研究写论文,几乎达到废寝忘食的地步。

他為了早日畢業,所以他日夜做研究寫論文幾乎達到廢寢忘食的地步。

Tā wèile zǎorì bìyè, suǒyǐ tā rìyè zuò yánjiū xiě lùnwén, jīhū dádào fèiqǐnwànɡshí de dìbù.

ทา เว่ยเลอะ จ่าวยฺรื่อ ปี้เย่, สัวอี่ ทา ยฺรื่อเย่ จั้ว เหยียนจิว เสี่ย ลุ่นเหวิน, จีฮู ต๋าต้าว เฟ่ยฉิ่นว่างฉือ เตอะ ตี้ปู้

เพื่อเรียนจบเร็ว ๆ เขาจึงทุ่มเททำวิจัยเขียนวิทยานิพนธ์อย่างหามรุ่งหามค่ำ ชนิดที่ว่าลืมเวลากินเวลานอนเลยทีเดียว