หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา วิทยาลัยพยาบา...

วิทยาลัยพยาบาลฯสุรินทร์ โต้บิดเบือนบีบคืนทุน-ยึดมือถือ แจงยิบมาตรการดูแลน.ศ.กัมพูชา

30.07.25 | 13:57 น.

วิทยาลัยพยาบาลฯ สุรินทร์ โต้ข้อมูลบิดเบือน บีบคืนทุน-ยึดมือถือ แจงยิบมาตรการดูแลน.ศ.กัมพูชา

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สุรินทร์ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการให้ข่าวที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชา ว่า “มีนักศึกษารายหนึ่งจาก Boromajchoni Nursing school เผยว่า โรงเรียนยึดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ทั้งหมดของฉัน ทำให้ฉันไม่สามารถติดต่อใครได้ โรงเรียนบอกให้เลือกตัวเลือกอื่น คือ กลับกัมพูชาและสละทุนการศึกษา” และ “นักศึกษาคนอื่นแชร์ว่าพวกเขาไม่รู้สึกมีสมาธิในการเรียน และถึงขั้นขาดอาหาร เพราะถูกยึดข้าวของและไม่มีวิธีติดต่อกับใครเลย”

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ขอเรียนว่า วิทยาลัยมีนักศึกษาเข้าศึกษาในวิทยาลัย จำนวน 2 คน ตามโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ วิทยาลัยได้ดูแลสิทธิและสวัสดิการรวมทั้งความปลอดภัยของนักศึกษากัมพูชาเป็นอย่างดี

อนึ่ง ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในการดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสารของนักศึกษา นั้น วิทยาลัยดำเนินการตามมาตรการความมั่นคงในพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ จากการประชุมความมั่นคงใน จ.สุรินทร์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 มีข้อสั่งการในที่ประชุมว่า ให้สถาบันการศึกษาที่มีนักศึกษากัมพูชาจำกัดขอบเขตการสื่อสารของนักศึกษากัมพูชาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยให้มีการสื่อสารเป็นช่วงเวลาตามความจำเป็น และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ วิทยาลัยได้ดำเนินการตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้พูดคุยสื่อสารและทำความเข้าใจกับนักศึกษาในเหตุผล และความจำเป็นภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ นักศึกษาสามารถสื่อสารกับครอบครัวได้ตามความต้องการ และวิทยาลัยได้รายงานให้ผู้ประสานงานโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาฯ ทราบ เพื่อสื่อสารและทำความเข้าใจกับครอบครัวนักศึกษาให้เข้าใจอีกทางหนึ่ง

Advertisement

สำหรับประเด็น “โรงเรียนบอกให้เลือกตัวเลือกอื่น คือ กลับกัมพูชาและสละทุนการศึกษา” วิทยาลัยขอเรียนว่า การตัดสินใจลาออกจากการเป็นนักศึกษาและเดินทางกลับประเทศกัมพูชาของนักศึกษานั้น อยู่ภายใต้การให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และเป็นการตัดสินใจของนักศึกษาร่วมกับผู้ปกครอง วิทยาลัยไม่ได้มีการบีบบังคับนักศึกษาแต่อย่างใด ทั้งนี้ วิทยาลัยได้สื่อสารกับผู้ปกครองและนักศึกษาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับระเบียบของสถาบันพระบรมราชชนก ผู้ปกครองรับทราบและยินยอมให้นักศึกษาลาออกและเดินทางกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้ วิทยาลัยได้ดำเนินการประสานงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีนักศึกษากัมพูชาศึกษาอยู่ใน จ.สุรินทร์ เพื่อวางแผนการเดินทางกลับประเทศของนักศึกษา วิทยาลัยจัดรถส่งนักศึกษาจากวิทยาลัยไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ โดยนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นปี ได้จัดกิจกรรมส่งเพื่อนเพื่อร่วมเดินทางกับคณะนักศึกษาดังกล่าวอย่างอบอุ่น และขณะนี้นักศึกษาเดินทางกลับถึงภูมิลำเนาในประเทศกัมพูชาอย่างปลอดภัย

วิทยาลัยขอเรียนว่า ตลอดระยะเวลา 52 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน – วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 วิทยาลัยได้ดูแลนักศึกษากัมพูชาอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักความเอื้ออาทร หลักสิทธิมนุษยชนและคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณตามโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาฯ อย่างแท้จริง