สพฐ. เร่งคลี่ปม 3 เด็กหญิง หลบออกจากหอนอน ย้ำ ร.ร.ประจำต้องดูแลให้ดี

5.08.25 | 13:06 น.

สพฐ. สั่งโรงเรียนชายแดน 7 จังหวัด ฟังฝ่ายมั่นคงก่อนเปิดเรียน – เร่งสอบสาเหตุ 3 นร.หลบออกจากหอนอน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุม ได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ตราด สระแก้ว และจันทบุรี ซึ่งตนกำชับไปแล้วว่า สถานการณ์ชายแดนหากผู้ปกครองและนักเรียน รวมถึงโรงเรียนจะเปิดการเรียนการสอน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ จะตัองฟังข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เท่านั้น อีกทั้งชาวบ้านที่ยังไม่สามารถกลับไปบ้านเรือนตัวเองได้ ขอให้สถานศึกษาได้เปิดเป็นศูนย์พักพิงไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบอย่างแท้จริง

“ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ดังกล่าวที่โรงเรียนยังไม่สามารถเปิดเรียนได้นั้น ได้มอบหมาย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาของสพฐ.ได้ออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม โดยใช้รูปแบบเดียวกับสถานการณ์โควิด-19 คือ การเรียนการสอนออนไลน์ 5 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.onsite ดำเนินการได้ในกรณีที่โรงเรียนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย 2.onair เรียนผ่านระบบดีแอลทีวี 3.online เรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 4.ondemand เรียนผ่านระบบแอพพลิเคชั้น และ5.onhand เรียนผ่านที่บ้านจากใบงานหรือแบบฝึกหัดที่โรงเรียนแจกให้” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึง 3 นักเรียนหญิงที่หนีออกจากหอนอน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จ.เชียงใหม่ นั้น ขณะนี้ได้เจอตัวนักเรียนแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการออกจากหอนอน เพราะการหลบออกจากหอนอนของนักเรียนกลุ่มนี้นั้น ได้รับทราบว่ามีการพยายามหนีออกหลายครั้งแล้ว โดยตนจะย้ำกับกลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกแห่ง ที่เป็นโรงเรียนพักนอน ขอให้มีระบบดูแลความปลอดภัยนักเรียน โรงเรียนจะต้องทำให้ผู้เรียนมีความสุข และโรงเรียนจะต้องเป็นบ้านหลังที่สองให้แก่เด็กด้วย ส่วนครูจะต้องทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่อต้องมาอยู่โรงเรียนประจำ

“ทั้งนี้ในที่ประชุมผมได้ติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ซึ่งสพฐ.มีการเบิกจ่ายงบดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 231,744 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.48 ซึ่งถือว่าเป็นการเบิกจ่ายตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังได้กำชับไปยังเขตพื้นที่และโรงเรียนต่างๆให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เร่งก้อหนี้ผูกพัน เพื่อไม่ให้งบประมาณถูกพับไปตามกฎหมาย” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวและว่า สำหรับการฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับผลกรพทบจากเหตุพายุวิภานั้น ได้มีการจัดงบประมาณลงไปซ่อมแซมและฟื้นฟูแล้ว เพื่อให้กลับมาเปิดเรียนได้ตามปกติ

Advertisement