นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 擒贼先擒王/ 擒賊先擒王 qín zéi qín wáng (ฉิน เจ๋ย เซียน ฉิน หวาง) โดย คำว่า
擒 qín (ฉิน) แปลว่า จับ จับกุมตัว
贼/賊 zéi (เจ๋ย) แปลว่า โจร
先 xiān (เซียน) แปลว่า ก่อน ทำก่อน
王 wáng (หวาง) แปลว่า กษัตริย์ แต่ในที่นี้แปลว่า หัวโจก หัวหน้า ผู้นำ
เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง จับโจรต้องจับตัวหัวหน้าโจรก่อน เป็นกลยุทธ์หนึ่งในยามศึกสงคราม หากต้องการเผด็จศึกโดยเร็ว ก็ต้องหาทางจัดการตัวหัวหน้า หรือแม่ทัพนั้นให้ได้ กองทัพนั้นก็จะวุ่นวายและพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วนั่นเอง หรือในปัจจุบันก็จะนำมาใช้ในเรื่องการงานด้วย ซึ่งจะหมายถึงการจับประเด็นสำคัญ มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
เรื่องราวในสุภาษิตนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายยุคจ้านกั๋ว战国/戰國 Zhànɡuó ในช่วงเวลานี้ ประเทศจีนมีรัฐใหญ่อยู่เจ็ดรัฐที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งชิงดินแดนและผลประโยชน์ โดยซุนปิ้น 孙膑/孫臏Sūn Bìn นักการทหารแห่งยุคได้สร้างผลงานด้านการรบขึ้นที่แคว้นเว่ย魏国/魏國Wèiɡuó (เว่ยกั๋ว) ซุนปิ้น เป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ ตรงกันข้ามกับผางเจวียน庞涓/龐涓Páng Juān เพื่อนร่วมสำนักเดียวกันกลับใส่ร้ายและทรมานจนพิการ ต่อมาซุนปิ้นหลบหนีมายังแคว้นฉี齐国/齊國Qíɡuó (ฉีกั๋ว) และได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ได้อีกหลายครั้ง ผางเจวียนก็เกิดความอิจฉาริษยา มองซุนปิ้นเป็นศัตรูคู่อาฆาต และสาบานว่าจะกำจัดซุนปิ้นให้ได้
ครั้งหนึ่ง ผางเจวียนร่วมมือกับสามแคว้นคือ แคว้นฉู่楚国/楚國Chǔɡuó (ฉู่กั๋ว) แคว้นหาน韩国/韓國Hánɡuó (หานกั๋ว) และแคว้นเยี่ยน 燕国/燕國Yànɡuó (เยี่ยนกั๋ว) รวมเป็นสี่แคว้นพันธมิตร ยกทัพใหญ่มุ่งหน้าเข้าสู่แคว้นฉี โดยประกาศว่า หากแคว้นฉีไม่ยอมส่งตัวซุนปิ้นออกมา ก็จะทำลายแคว้นฉีให้ราบคาบ สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวให้กับราชสำนักและประชาชนในแคว้นฉียิ่งนัก ในที่ประชุมราชสภา ขุนนางต่างถกเถียงกันให้วุ่นวายไปหมด โดยราชครูผู้มีอิทธิพลเสนอว่า เพื่อความปลอดภัยของรัฐและประชาชน ควรส่งตัวซุนปิ้นออกไปตามข้อเสนอ และในที่ประชุมก็ได้ข้อยุติที่จะยอมตามข้อเสนอของผางเจวียน เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป จงหลีชุน钟离春/鐘離春Zhōnɡlí Chūn หญิงนักรบผู้กล้าหาญก็โกรธแค้นอย่างมาก กล่าวประณามแคว้นฉีว่าเนรคุณ เพื่อนเก่าของซุนปิ้นได้ไปเตือนซุนปิ้นให้รีบหลบหนีเอาตัวรอดออกไปจากแคว้นฉี ก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของศัตรู ซุนปิ้นกลับนิ่งสงบไม่หวั่นไหว
เขากล่าวว่า “แม้ผางเจวียนจะยกทัพพันธมิตรมา แต่เป้าหมายแท้จริงคือตัวข้า มิใช่แคว้นฉี นี่คือโอกาสดีที่จะชนะศึกโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ข้ามีแผนการหนึ่งที่จะทำให้ศัตรูยอมถอนทัพโดยไม่ต้องรบ” แล้วซุนปิ้นก็วางแผนให้จงหลีชุนปลอมตัวเป็นแม่ทัพแห่งแคว้นฉี พร้อมกับนำคนที่แต่งกายเลียนแบบซุนปิ้นไปยังฝ่ายกองทัพพันธมิตรสี่แคว้น แล้วกล่าวว่า “ซุนปิ้นถูกจับมาแล้ว ขอเชิญท่านผางเจวียนออกไปตรวจสอบ” ผางเจวียนดีใจยิ่งรีบออกไปดู เห็น “ซุนปิ้น” ก้มหน้าอยู่ ข้างกายมีแม่ทัพหญิงจากแคว้นฉีคุมตัวอยู่ ผางเจวียนเห็นเช่นนั้นก็ชะล่าใจ เดินเข้าไปหมายจับหน้าชายคนนั้นขึ้นมาดูให้ชัด ทันใดนั้นหญิงผู้นั้นก็ชักดาบออกมาจี้ไปที่ลำคอของผางเจวียน ผางเจวียนตกใจจนพูดไม่ออก ทหารแคว้นที่เหลือต่างก็ไม่กล้าเข้าช่วยเพราะ
กลัวผางเจวียนจะเป็นอันตราย ทหารหญิงจงหลีชุนจึงพูดอย่างเยือกเย็นว่า “หากไม่ถอนทัพ วันนี้เจ้าต้องตายแน่!” ผางเจวียนเห็นว่าไม่มีทางสู้ จึงจำต้องยอมสั่งให้ถอยทัพ
แผนของซุนปิ้นสำเร็จด้วยดี เขาไม่เพียงรอดชีวิต แต่ยังช่วยแคว้นฉีให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ เจ้าแคว้นฉีรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง ออกมากล่าวขออภัยและคืนอำนาจทางทหารให้ซุนปิ้น แผนการที่ทำให้ศัตรูถอนทัพโดยไม่ต้องสู้กลายเป็นเรื่องเล่าที่กล่าวขานไปชั่วลูกชั่วหลาน แม้ผางเจวียนจะถอยกลับมาได้ แต่ก็เสียเกียรติอย่างยิ่ง ไม่อาจฟื้นคืนชื่อเสียงได้อีก ขณะที่ซุนปิ้นกลับกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:做事要抓住关键,先解决主要矛盾。
成語比喻:做事要抓住關鍵,先解決主要矛盾。
Chénɡyǔ bǐyù:Zuòshì yào zhuā zhù ɡuānjiàn, xiān jiějué zhǔyào máodùn.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: จั้วฉื้อ เหย้า จวา จู้ กวนเจี้ยน, เซียน เจี่ยเจว๋ จู่เหย้า เหมาตุ้น
สุภาษิตเปรียบว่า เมื่อทำการใด ๆ เราจะต้องจับประเด็นสำคัญ ๆ และแก้ไขข้อขัดแย้งหลักก่อน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
两国之间的冲突,擒贼先擒王,双方应先确定主要矛盾,然后进行解决而不是各方讨论七嘴八舌没结果。
兩國之間的沖突,擒賊先擒王,雙方應先確定主要矛盾,然後進行解決而不是各方討論七嘴八舌沒結果。
Liǎng ɡuó zhī jiān de chōnɡtú, qín zéi xiān qín wánɡ, shuānɡfānɡ yīnɡ xiān quèdìnɡ zhǔyào máodùn, ránhòu jìnxínɡ jiějué ér bùshì ɡè fānɡ tǎolùn qī zuǐ bā shé méi jiéɡuǒ.
เหลี่ยงกั๋ว จือเจียน เตอะ ชงทู, ฉิน เจ๋ย เซียน ฉิน หวาง, ซวงฟาง อิง เซียน เชว่ติ้ง จู่เย่า เหมาตุ้น, หรานโห้ว จิ้นสิง เจี่ยเจว๋ เอ๋อร์ ปู๋ฉื้อ เก้อ ฟาง เถ่าลุ่น ชี จุ่ย ปา เฉอ เหมย เจี๋ยกั่ว
ในความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนั้น ความขัดแย้งหลักควรได้รับการระบุก่อน แล้วจึงค่อยแก้ไข แทนที่จะถกเถียงกันไม่รู้จบโดยไม่มีผลลัพธ์ใด ๆ เลย
