ลูกศิษย์อาลัย ศ.กิตติคุณ ไพบูลย์ นัยเนตร นักอนุกรมวิธานทางทะเล ปรมาจารย์เรื่อง ‘สัตว์กลุ่มปู’ ของไทย
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เฟซบุ๊กภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์กิตติคุณไพบูลย์ นัยเนตร ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาชีววิทยา สังกัดภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นักอนุกรมวิธานด้านสัตว์กลุ่มปูของไทย ในวันที่ 6-11 สิงหาคมนี้ ณ ศาลา 1 วัดมกุฏกษัตริยาราม กทม.
โดยมีบรรดาลูกศิษย์ นิสิต คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยได้ร่วมงานกับอาจารย์ต่างเข้าไปแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ
– อาจารย์มีพระคุณต่องานของสผ. กรุณาช่วยทำลิสต์ปูทั่วประเทศ ตรวจทานให้ ทำฟรีด้วย อาจารย์อาสาเองไม่ได้ไปขอเพราะกลัวท่านดุ ท่านยิ่งใหญ่เป็นปรมาจารย์ คนอาเซียนก็มาขอหนังสือเล่มนั้นไปใช้ประโยชน์ กราบลาอาจารย์ ขอดวงวิญญาณสู่สัมปรายภพ
– ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอาจารย์ และภาควิชาชีววิทยาด้วยค่ะ
สำหรับการค้นพบสัตว์น้ำชนิดใหม่โดยฝีมือของอาจารย์ไพบูลย์นั้น มีหลายชนิดที่มีความสวยงามและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทย อย่างเช่น ปูเจ้าฟ้า ปูน้ำตกชนิดใหม่ของโลกที่พบในประเทศไทย ปูชนิดนี้มีลักษณะลำตัวเป็นสีขาว ตาเป็นสีดำ ขาเป็นสีดำ พบครั้งแรกที่ น้ำตกหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
นอกจากนี้ ในปีพ.ศ. 2553 ประเทศไทยค้นพบ ปูภูเขาอาจารย์ไพบูลย์ เป็นครั้งแรกที่ผืนป่ากรุงชิง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช จัดเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ตั้งตามชื่อของศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์ นัยเนตร ผู้เป็นนักอนุกรมวิธานของไทยด้านสัตว์กลุ่มปูที่สร้างผลงานด้านนี้ไว้เป็นจำนวนมาก
และที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (ตึกชีววิทยา 1 ห้อง 225 ชั้น 2 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ยังได้จัดแสดงตัวอย่างสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งศาสตราจารย์กิตติคุณ ไพบูลย์ นัยเนตร ได้รวบรวมจากงานวิจัยและสื่อการสอนตลอดระยะเวลา 40 ปี เช่น วิชาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง วิชากั้ง กุ้ง ปู วิชาอนุกรมวิธาน วิชาภูมิศาสตร์สัตว์ วิชาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่คุณค่าทางเศรษฐกิจไว้ด้วย

เช่นเดียวกับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึง ศาสตราจารย์กิตติคุณไพบูลย์ เมื่อครั้งเป็นนิสิตปี 2 ว่า “สมัยเป็นนิสิตปี 2 จู่ๆ ก็พบว่าตัวเองต้องทำงานวิจัยเพื่อให้ได้ไปญี่ปุ่น แต่ก่อนหน้านั้น ต้องผ่านด่านด้วยการไปพรีเซนต์ในงานประชุมวิจัยแห่งชาติ ให้เด็กปีสองทำเนี่ยนะ ใจร้ายยย แต่ถึงร้ายก็รัก ญี่ปุ่นเชียวนะ ไปฝึกงานตั้งนาน ไอเลิฟเจแปน
ผมออกทะเลเก็บตัวอย่าง ทำงานวิจัยจนเสร็จ เตรียมแผ่นใส (สมัยนั้นไม่มีโปรแกรมใดๆ แผ่นใสคือสิ่งเดียวที่เรามี) ถึงวันเวลาตามกำหนด ผมขึ้นไปพูดอย่างหรู พูดจนจบเหมือนที่ซ้อมมาเป๊ะ เวลาได้ เนื้อหาได้ เหลืออีก 1 นาทีสำหรับตอบคำถามเดียว เย้ แต่ อาจารย์ไพบูลย์ ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด อาจารย์ผู้จ้องเขม็งมาที่ผมตลอดการพรีเซนต์ สุดท้ายอาจารย์ก็ถามว่า “คุณธรณ์ ! รู้ไหมว่าลูกกุ้งกับเคยต่างกันอย่างไร ?”
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความจริงจังของวงการวิชาการ นักวิจัยระดับป๋าทั้งห้องประชุมจ้องมาที่ผม นิสิตตาดำๆ ที่เพิ่งเรียนปีสอง ยังไม่จบเทอมด้วยซ้ำ เหงื่อเริ่มตก คิดอะไรไม่ออกหัวหมุนติ้วๆ “ลูกกุ้งมันก็ต้องหน้าตาเหมือนพ่อกุ้งครับ” ผมตอบไปแบบเอาตัวรอดสุดๆ คนทั้งห้องหัวเราะครืน อาจารย์ไพบูลย์แยกเขี้ยวให้ผม ผู้รีบตัดจบแล้วเผ่นลงจากเวที
มีโอกาสเจออาจารย์อีกหลายหน เพราะในยุคนั้นมีเพียง 1 เดียวของไทยที่ทำอนุกรมวิธานกุ้งปูจริงจัง แต่ไม่มีหนไหนที่กระจ่างชัดในความคิดเท่าวันนั้น วันที่นิสิตตัวน้อยๆ โดนอาจารย์เชือดกลางเวทีประชุมวิจัยใหญ่สุดของไทย
แต่เป็นการเชือดที่ทำให้ผมตื่นจากความฝัน มาพบกับโลกแห่งความเป็นจริง ชีวิตต้องสู้นะ ถ้าเราอ่านไปเยอะๆ ค้นไปมากๆ รู้มันทุกอย่าง เราจะไม่เหงื่อไหล เราจะมั่นใจ และคำถามใดๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้
40 ปี นับจากวันนั้น อาจารย์จากไป ฝากไว้แต่ผลงานในฐานะ “นักอนุกรมวิธานทางทะเลดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ประเทศนี้เคยมี” ผมไม่เศร้า มีรอยยิ้มบนหน้า คิดถึงวันนั้น วันที่ลูกเจี๊ยบออกจากไข่บนเวทีวิจัย อาจารย์เป็นผู้ตอกไข่ใบนั้น และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมนับแต่นั้น มั่นใจว่าอาจารย์จะไปสู่สุคติ ไปเจอ อ.สุรพลและอาจารย์ท่านอื่นๆ อยู่บนฟ้า เถียงกันให้สนุกเลยในเรื่องวิชาการ
ผมอยู่บนดิน อยากจะเชือดนิสิตเหมือนที่อาจารย์เคยเชือดผมบ้าง ผมก็ทำไม่ได้ เค้าบอกว่านิสิตเป็นศูนย์กลาง ห้ามทำร้ายทางใจ เดี๋ยวนิสิตกดดันนะ ไม่กดดันแล้วจะออกจากไข่ได้อย่างไร อยู่ในนั้นเป็นไข่ออนเซนไปเถิด
ขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาตอกไข่ จนกว่าจะพบกันใหม่ครับอาจารย์”


