นักวิชาการ เปิดรายงาน‘การพัฒนาทุนมนุษย์ในไทย’พบตกทุกด้าน คาดอีก5ปีแพ้เวียดนาม จี้ศธ.-อว.เร่งแก้

6.08.25 | 19:10 น.

นักวิชาการ เปิดรายงาน‘การพัฒนาทุนมนุษย์ในไทย’ พบตกทุกด้าน คาดอีก5ปีแพ้เวียดนาม จี้ศธ.-อว.เร่งแก้

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงาน “การพัฒนาทุนมนุษย์ในประเทศไทย: การวิเคราะห์ช่องว่าง อุปสรรค และทางเลือกเชิงนโยบาย” ซึ่งจัดทำโดย สศช. ร่วมกับยูนิเซฟ และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซึ่งมีข้อค้นพบว่า ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยด้อยคุณภาพ ทิ้งกลุ่มเปราะบางหลายกลุ่ม การฝึกอบรมไม่เกิดประโยชน์หรือตอบโจทย์กับตลาดแรงงาน และทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ ได้มากเท่าที่ควร

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมของทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เกิดถึงอายุ 18 ปี มีระดับผลิตภาพ เพียงร้อยละ 61 ในขณะที่ OECD อยู่ในระดับ 85% ซึ่งไทยตามหลังประเทศที่มีรายได้สูง รายได้ปานกลางระดับบนอีกหลายประเทศ และในอีก 5 ปี ไทยจะแพ้เวียดนามแน่นอน ถ้าไม่เปลี่ยนอะไร รายงานฉบับนี้ศึกษาตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงระดับหลังการศึกษามหาวิทยาลัย

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในระดับปฐมวัยถึงการศึกษาภาคบังคับ ในเชิงปริมาณ ไทยจัดได้ดี 90-98% แต่ในเชิงคุณภาพของปฐมวัยพบปัญหาทุพโภชนาการและการเจริญเติบโตล่าช้า อายุ 0-5 ปี มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ร้อยละ 12.86 ผอมแห้ง ร้อยละ 6.18 เด็กในเมืองน้ำหนักเกินร้อยละ 9.25 เด็กไทยมีพัฒนาการที่สมส่วนร้อยละ 79.2 สำหรับการศึกษาภาคบังคับ ม.1-ม.3 ในเชิงปริมาณทำได้ถึงร้อยละ98 แต่ในเชิงคุณภาพเกิดช่องว่างมาก โดยเฉพาะทักษะขั้นพื้นฐานและวิชาการที่ล่าช้า ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พบมีนักเรียน ป.2 เพียงร้อยละ 42 มีทักษะการอ่านและการคำนวณที่เหมาะสม ส่วนร้อยละ 68 ต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งหมด ส่วนนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ ม.3 ร้อยละ 9 และร้อยละ 15 พัฒนาการอ่านและคำนวณยังอยู่แค่ระดับ ป.2 เท่านั้น ประกอบกับ โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นตามลำดับ มีโรงเรียนขนาดเล็กร้อยละ 54 หรือ 29,313 แห่ง หรือเด็ก 1.8 ล้านคนที่อยู่ในโรงเรียนขนาดเล็ก และมีคะแนนเฉลี่ยต่ำมาก เด็กไทยจำนวนไม่น้อยขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ม.ปลาย พบว่ามีเด็กเรียนต่อ ม.ปลาย ร้อยละ 59.4 OECD ต่ำกว่าเกณฑ์อยู่ที่ร้อยละ 86 แสดงความมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาตอน ม.ปลายมากที่สุด คือ ร้อยละ 40.6 โดยพบว่าคนยากจนหลุดจากระบบการศึกษามากที่สุด ร้อยละ 62 และคนฐานะดีหลุดเพียงร้อยละ 16

Advertisement

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการสอดคล้องกันระหว่างการศึกษาและอาชีพ พบว่า ร้อยละ 56 มีคุณวุฒิไม่สอดคล้องกับความต้องการอาชีพ โดยค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่ที่ร้อยละ 32 จะพบว่าไม่สอดคล้อง และการตกงานในสาขาสังคมศาสตร์ ทรัพยากรมนุษย์ และวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ การพัฒนาทักษะอัพสกิล รีสกิล โดยไทยถือเป็นประเทศที่ฝึกอบรมมากที่สุด แต่ประชากรที่ทำงานมีเพียงร้อยละ 2.66 ที่มีการฝึกอบรมเพิ่ม ขณะที่ ODCE ต้องการให้มีค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 58.98 สะท้อนว่าการฝึกอบรมไม่ได้ประโยชน์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดแรงงานเพียงเล็กน้อย ฝึกอบรมแล้วมีงานทำเพิ่ม ร้อยละ 39.4

นายสมพงษ์ กล่าวว่า วิกฤตทักษะขั้นพื้นที่ฐานของเด็กไทย ร้อยละ 64.7 มีปัญหาทักษะการอ่านออกเขียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 74.1 มีทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 30.3 ทักษะทางอารมณ์และสังคมต่ำกว่าเกณฑ์ และยังพบ เด็กกลุ่ม NEET ที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ที่อายุ 15–24 ปี เยอะขึ้นตามลำดับ

“ข้อค้นพบเหล่านี้ สะท้อนว่าตัวเลขเชิงคุณภาพเราตกทุกตัว ทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เกิด-18 ปี วัยทำงานตั้งแต่ 18-59 ปี จะพบว่าทรัพยากรมนุษย์ของเราได้ตัวเลขต่ำกว่าเกณฑ์ ทักษะไม่ดี การฝึกอบรมไม่เกิดผล มองว่า เครื่องยนต์การศึกษาเราติดๆขัดข้อง ด้อยคุณภาพ ล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์เด็ก ครอบครัว ชุมชน และตลาดแรงงานอย่างมีนัยยะสำคัญ อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) อ่านรายงานเล่มดี ว่าข้อเท็จจริงในโลกการศึกษาในประเทศวิกฤต ทั้งนี้ในที่ประชุมมีข้อเสนอแนะว่า การแก้ไข ต้องแก้ไขระบบการคุ้มครองทางสังคมกับกลุ่มคนเปราะบาง ที่จะต้องดูปัจจัยทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา สังคม การมีอาชีพ ครอบครัว และชุมชน ที่ผ่านมาเราพูดเรื่องการฝึกอบรมที่มีงานดีขึ้นประมาณ 30% ดังนั้น อาจจะต้องตั้งหน่วยงานดูการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและความสนใจของผู้เรียนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ควรมีการปฏิรูปการจัดทรัพยากรที่ต้องยืดหยุ่นไปตามสภาพความจำเป็น และปัญหาของกลุ่มคนระดับล่าง ควรมีการปรับหลักสูตร เน้นสมรรถนะ หลักสูตรว่าสอดคล้องกับตลาดมากน้อยแค่ไหน เน้นแก้ไขปัญหาเรื่องจิตสังคม งานนี้ท้าทายรัฐบาลชุดนี้และชุดหน้าอย่างยิ่ง ถ้ายังไม่ทำอะไรเด็กไทยในอนาคตไม่มีทางแข่งขันกับชาติใดในโลกได้ ”นายสมพงษ์ กล่าว