อาลัย ดร.ศุภวัชร สิงห์ทอง อาจารย์คณะเทคนิคการแพทย์ มช. ผู้ค้นพบ ‘น้ำเสาวรส’ ต้านอนุมูลอิสระ-การอักเสบในผู้สูงอายุ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Ams Cmu โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภวัชร สิงห์ทอง
อาจารย์ประจำแขนงวิชาเคมีคลินิก ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ศุภวัชร สิงห์ทอง เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “ผลของน้ำเสาวรสต่อการต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบในผู้สูงงอายุ” ซึ่งมี สำนักงานกองทุนสันบสนุนการวิจัย (สกว.) ให้การสนับสนุน
ดร. ศุภวัชร สิงห์ทอง และคณะผู้วิจัย ได้ศึกษาสารออกฤทธิ์ของเสาวรสทั้งชนิดเปลือกสีม่วง และสีเหลือง ในหลอดทดลองรวมทั้งศึกษาผลของการดื่มน้ำเสาวรสต่อความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุ
ผลการวิจัยพบว่า เมื่อนำเสาวรสทั้งชนิดเปลือกสีเหลืองและเปลือกสีม่วงมาสกัดด้วยน้ำ และ 80% เอทานอล แล้วตรวจวิเคราะห์เบื้องต้น เพื่อตรวจหาสารออกฤทธิ์สำคัญ พบว่า เสาวรสทั้ง 2 ชนิด มีสารรูติน (สารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติผลึกสีเหลือง) ไพโรแกลลอล (สารประกอบฟีนอลชนิดหนึ่ง) และกรดแกลลิก
นอกจากนี้ ยังพบว่า เสาวรสเปลือกสีเหลืองที่สกัดด้วย 80% เอทานอล มีปริมาณฟีนอลิกสูงที่สุด และสามารถยับยั้งอนุมูลไฮดรอกซีได้ดีที่สุด
ส่วน เสาวรสเปลือกสีม่วง ที่สกัดด้วย 80% เอทานอล มีปริมาณฟลาโวนอยด์ และมีฤทธิ์ในการกำจัดไนตริกออกไซด์สูงที่สุด
ทั้งนี้ เสาวรสเปลือกม่วง ที่สกัดด้วยน้ำกลั่น มีฤทธิ์ในการกำจัดไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์สูงที่สุด
สำหรับการศึกษาในผู้สูงอายุ พบว่า ชายและหญิงสูงอายุที่ดื่มน้ำเสาวรสเปลือกม่วงและเปลือกเหลืองตามลำดับ ปริมาณวิตามินซีในซีรัมลดลงหลังการดื่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ส่วนฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยรวมพบว่า ในหญิงสูงอายุมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เมื่อดื่มน้ำเสาวรสทั้งสองชนิด
งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านผลไม้ไทย เพื่อนำมาช่วยส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ อันจะช่วยส่งเสริมให้มีการปลูกและผลิตเสาวรส รวมถึงกระตุ้นให้ประชาชนหันมาบริโภคเสาวรสกันมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก เทคโนโลยีชาวบ้าน


