‘ฮักนะ…ป่าใหญ่’ ปลูกสำนึกรักษ์ป่า ดันโครงการ ‘ป่าชุมชน’

17.04.17 | 13:37 น.

Samsung Smart Learning Center หรือ “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ของบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำเสนอการปรับใช้ “โมเดลห้องเรียนแห่งอนาคต” ด้วยการนำนวัตกรรมของซัมซุง และกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning มาสนับสนุนครู และนักเรียน ในโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม และโรงเรียนเครือข่ายอีก 5 โรง เกิดโครงการ “ฮักนะ…ป่าใหญ่” เพื่อผลักดัน โครงการอนุรักษ์ป่าสาธารณะโคกหนองคอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ปลูกจิตสำนึกชุมชน ร่วมผลักดันให้กลายเป็นป่าชุมชน

ซึ่งนักเรียนชุมนุม Samsung Discovery Club ชั้นมัธยมต้น ของ โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม โรงเรียนบ้านหินลาด โรงเรียนนาข่าวิทยาคม โรงเรียนมะค่าพิทยาคม โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ และ โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม กว่า 150 คน ร่วมแสดงผลงานนิทรรศการวันแห่งการค้นพบโครงการ ฮักนะ…ป่าใหญ่ ที่ โรงเรียนกู่ทองพิทยาคม อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม โดยมีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เป็นภาคีเครือข่ายทางวิชาการ ทั้งนี้ ผลงานที่นำเสนอ นักเรียนได้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ค้นคว้า และเรียนรู้เรื่องป่าไม้ รวมถึง รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าโคกหนองคอง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ป่าสาธารณะผืนนี้กลายเป็นป่าชุมชนในอนาคต

สำหรับโครงการ ‘ฮักนะ…ป่าใหญ่’ เริ่มจากนักเรียนในชุมนุมฯ โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม พบว่ามีขยะจำนวนมากบริเวณชายป่าในชุมชนของพวกเขา เด็กๆ จึงตั้งคำถามว่า พวกเขาต้องทำอย่างไรถึงจะรักษาป่าในชุมชนของพวกเขาไว้ได้

คุณครูเพ็ญศรี ใจกล้า คุณครูที่ปรึกษาโครงการฯ โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ผู้สนับสนุนให้เด็กๆ หาคำตอบเพื่อคลายความสงสัยด้วยการค้นคว้า ลงพื้นที่ และพัฒนาความรู้ด้วยตัวเอง ใช้กระบวนการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL: Problem-Based Learning) และตัวครูปรับเปลี่ยนบทบาทจากครูผู้สอนสู่การเป็นโค้ช

Advertisement

“เด็กพวกนี้มีความอยากรู้อยากเห็นไม่มีที่สิ้นสุด ดวงตาเขาเป็นประกาย กล้าที่จะค้นคว้า ในฐานะที่เราเป็นโค้ช เราต้องช่วยเหลือทุกวิถีทาง ในเมื่อเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ เด็กไม่รู้ เราต้องพึ่งพิงข้างนอก เราจึงขอความอนุเคราะห์จาก มมส ในการเรียนรู้เกี่ยวกับป่าไม้ ส่วนกระบวนการ และเครื่องมือซัมซุงก็เข้ามาช่วยในการสืบค้นของเด็กๆ ให้เกิดได้เร็วขึ้น” ครูเพ็ญศรีกล่าว

เมื่อนักเรียนลงมือหาคำตอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจป่า โดยมีผู้รู้ในชุมชนคอยให้คำแนะนำ เก็บข้อมูลชนิดของต้นไม้ วัดขนาดของต้นไม้ และได้รับความรู้เกี่ยวกับป่าไม้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง จนแตกยอดไปสู่การคำนวณหาค่าการซึมซับคาร์บอน และการปล่อยออกซิเจนของต้นไม้ในป่า พบว่า ป่าโคกหนองคองพื้นที่ 1,600 ไร่ ปล่อยออกซิเจนให้ผู้คนได้มากถึง 132,317 คน ต่อปี

จากการพัฒนาโครงการอนุรักษ์ป่ากว่า 2 ปี จนก่อเกิดเป็นค่ายโครงการ ฮักนะ…ป่าใหญ่ เพื่อขยายผลการผลักดันป่าโคกหนองคองให้เป็นป่าชุมชน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ร่วมมือกับโรงเรียนข้างเคียงอีก 5 แห่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Samsung Smart Learning Center และคณะวิทยาศาสตร์ มมส ที่เข้ามาเป็นภาคีร่วมขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นทางการ

ดร.ญาณวุฒิ อุทรักษ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มมส ผู้อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับป่าไม้ให้กับเด็กๆ กล่าวว่า “การเรียนรู้ของเด็กๆ กลุ่มนี้ คือการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องเรียนอยู่ในห้อง นั่งเรียนกับกระดานดำ หรือคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาสามารถเรียนรู้จากบริบทในสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นครูของเขาได้ ในฐานะผู้ใหญ่เราสามารถสนับสนุนให้กำลังใจว่าที่เขาทำมาถูกทางแล้ว และสนับสนุนด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเขา เพื่อจะได้ใช้ต่อยอดความรู้ได้อีกในอนาคต”

นักเรียนได้พิสูจน์แล้วว่าพลังการเรียนรู้ของพวกเขาขับเคลื่อนให้ผู้ใหญ่ในชุมชน หันมาตระหนักเรื่องการรักษาป่า ทำให้ภาครัฐในท้องถิ่น ชาวบ้าน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มาร่วมวงคุยถึงทิศทางในการสานต่อ และพัฒนางานของเด็กๆ ที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันว่า ควรปลูกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ และร่วมกันขับเคลื่อนป่าสาธารณะโคกหนองคองให้เป็นป่าชุมชน