หมายเหตุ : มติชน สัมภาษณ์พิเศษ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ถึงทิศทางนโยบายและแนวทางการบริหารงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
๐แนวทางการดำเนินการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย?
“การดำเนินงานของ สศร. เป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ.2551 ซึ่งจะตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะร่วมสมัย ในการธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้สามารถต่อยอด สร้างสรรค์ ได้อย่างต่อเนื่อง ยังประโยชน์ใน 3 ส่วน ส่วนแรกทำอย่างไรให้ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสามารถสร้างคุณค่าให้ชุมชน สังคมโดยเฉพาะมิติด้านองค์ความรู้ มิติด้านสุนทรียะซึ่งจะทำให้การดำรงชีพมีความหลากหลาย เกิดการพัฒนา เกิดความภาคภูมิใจ เกิดพลังความรักและความสามัคคี
ส่วนที่สอง คือ การต่อยอดศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตามนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล และสอดคล้องกับนโยบาย ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ที่ได้ปรับภาพลักษณ์จากกระทรวงด้านสังคม เป็นกระทรวงกึ่งเศรษฐกิจ ส่วนที่สาม คือการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่นานาชาติ ตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรต้นแบบระดับชาติและนานาชาติในการนำศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อสร้างสรรค์สังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”
๐ขีดเส้นความหมายของ คำว่า “ศิลปะร่วมสมัย” ไว้ว่าอย่างไร?
“ต้องอธิบายว่า ศิลปะมีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ดังนั้น คำว่าศิลปะร่วมสมัย คือ สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ที่มีการต่อยอดด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์และความเป็นไทย ดังนั้น ศิลปะร่วมสมัยจึงไม่ตายตัว เช่นเดียวกับวัฒนธรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง”
๐มีจุดเน้นการทำงานอย่างไร ?
“สศร.ถือเป็นกรมน้องใหม่ในวธ. แม้จะเป็นกรมเล็ก แต่ภารกิจไม่เล็ก มีเนื้องานที่หลากหลาย ดิฉันเคยเป็นรองผู้อำนวยการสศร.มา 4 ปี ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสศร. รวมถึงในช่วงที่ทำงานอยู่ส่วนภูมิภาค ก็รู้สึกว่าการทำงานของหน่วยงานในส่วนภูมิภาคนั้นค่อนข้างห่างไกลกับสศร. ทั้งที่เราคุ้นเคยกับ กรมการศาสนา กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและหน่วยงานอื่น ๆ ในวธ. แต่กลับไม่คุ้นเคยกับสศร.เท่าที่ควร ดังนั้น เมื่อมีโอกาสได้มาขับเคลื่อนงานในส่วนนี้จึงตั้งใจเปิดพื้นที่ ขับเคลื่อนงานร่วมกับเครือข่ายครอบคลุมระบบนิเวศด้านศิลปะ ตั้งแต่ศิลปิน ผู้สร้างงานศิลปะทุกแขนง นักวิชาการ นักวิจารณ์ ภัณฑารักษ์ นักสะสม ผู้ชม แกลลอรี่ พิพิธภัณฑ์ สถาบันการศึกษา แหล่งเรียนรู้ รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านศิลปะในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังความร่วมมือ เป้าหมาย อยากให้มีหอศิลป์ หรือแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะประจำจังหวัด ซึ่งไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นการยกระดับแหล่งเรียนรู้พื้นที่ที่มีอยู่แล้ว โดยเติมเต็มองค์ความรู้ พื้นที่บริการ และเสริมกิจกรรมด้านศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยแสวงหาความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่”
๐เป้าหมายการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025?
“สศร.จัดงานเบียนนาเล่ มาแล้ว 6 ปีใน 3 พื้นที่ คือ จ.กระบี่ นครราชสีมา และเชียงราย แต่ละครั้งก็ผ่านช่วงเวลาความวิกฤตที่แตกต่างกัน โดยการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ของไทยมีความแตกต่างกับประเทศอื่น ๆ คือ ไม่ใช่การนำผลงานของศิลปินที่สร้างสรรค์งานเสร็จเรียบร้อยแล้วมาจัดวาง แต่เป็นการจัดแสดงงานของศิลปินที่สะท้อนอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อมและบริบทของชุมชน ในพื้นที่จัดแสดงงาน นั่นหมายถึงศิลปินต้องศึกษาพื้นที่บริบทของสังคม เพื่อสะท้อนออกมาในรูปแบบงานศิลปะร่วมสมัย ถ้าถามว่ามีปัจจัยอื่นใดหรือไม่ ที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดงาน เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุการณ์ด้านสังคมการเมือง จะมีผลต่อการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่หรือไม่นั้น คิดว่าไม่มี เพราะการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยคือการปรับตัว ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่เหมาะสม กลับกลายเป็นแนวคิดสร้างงานของศิลปินเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์สังคมในช่วงเวลานั้นๆ ได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่างานไทยแลนด์เบียนนาเล่ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยในระยะยาวทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ”
๐การสร้างจุดแข็งให้แก่งานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025?
“ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 – เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “นิรันดร์กัลป์” ซึ่งเปรียบเปรยถึงความรักที่มั่นคงอาจคงอยู่ชั่วขณะ การตระหนักถึงความเสื่อมสลาย จึงสอดคล้องกับการทำนุบำรุงรักษาเพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติที่เป็นตัวแทนของความเป็นนิรันดร์ โดยนำศิลปะหลากหลายสาขามาเป็นเครื่องมือนำเสนอแนวคิดการสำรวจความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติต่อยอดภูเก็ตให้เป็นเมืองศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการในงานฯ ครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอกระทู้ และอำเภอถลาง โดยงานจัดเป็นระยะเวลา 5 เดือน
ทั้งนี้ภูเก็ตเป็นเมืองสำคัญที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพด้านทุนทางวัฒนธรรม มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และเป็นอัตลักษณ์ งานนี้จึงได้มุ่งเน้นดึงเอาทุนทางวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ ผู้คน หรือวัฒนธรรม มาเป็นต้นทุนสำคัญใน การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่หลากหลาย ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างศิลปินไทย กับศิลปินระดับนานาชาติทั่วโลก ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ เด็กและเยาวชนทั่วไป”
“ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยมิติของศิลปะร่วมสมัยของไทยสู่ระดับนานาชาติ และที่สำคัญคือ ทำให้ “ภูเก็ตเป็นเมืองศิลปะ” เพื่อเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ช่วยสร้างอาชีพ รายได้ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างจุดแข็งให้แก่จังหวัดภูเก็ต”
๐แผนการสร้างการรับรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025?
“ขณะนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกศิลปินครบทั้งหมด 65 รายตามเป้าหมายที่วางไว้ ประกอบด้วยศิลปินไทย 23 ราย ศิลปินต่างชาติ 42 ราย จาก 25 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และจัดนิทรรศการงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ จัดทำแผ่นพับฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์และป้ายประชาสัมพันธ์ โดยติดตั้งในจังหวัดภูเก็ตและเว็บไซต์ WWW.THAILANDBIENNALE.ORG จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ BILLBOARD จอ LED ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต กิจกรรมสร้างการรับรู้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งทยอยจัดทำของที่ระลึก เช่น เข็มกลัด กระเป๋า เป็นต้น”
๐บทบาทกองทุนส่งเสริมงานศิลปะร่วมสมัยในการพัฒนาศิลปะร่วมสมัย?
“กองทุนฯ คือส่วนเสริมที่จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการขับเคลื่อนงานศิลปะร่วมสมัยให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยรัฐบาลมอบทุนสำหรับบริหารจัดการมาส่วนหนึ่ง มีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งประกอบด้วยภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดความเท่าเทียม ที่ผ่านมากองทุนฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนไม่ได้มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะเติมเต็มให้เกิดความคล่องตัว และก่อให้เกิดประโยชน์กับเครือข่ายศิลปิน เช่น ปี 2567 ได้รับงบ กว่า 10 ล้านบาท ส่วนปี2568 ได้รับงบมากว่า 60 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ 4 แนวทาง ครอบคลุม 8 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง ดนตรี วรรณศิลป์ เรขศิลป์ สถาปัตยกรรม ภาพยนตร์ ออกแบบเครี่องแต่งกายโดย สศร. ได้เปิดการขอรับการส่งเสริมโครงการของกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 2 รอบ ใน 4 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ แนวทางที่ 2 ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อสร้างนิเวศศิลปะ และยกระดับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ แนวทางที่ 3 สร้างความร่วมมือเครือข่ายเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของแต่ละท้องถิ่น และแนวทางที่ 4 ส่งเสริมสนับสนุน เผยแพร่ผลงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไทยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีผู้เสนอโครงการเข้ารับการพิจารณา กว่า 1 พันโครงการ
แต่ สศร. สามารถสนับสนุนได้กว่า 100 โครงการ ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม ด้านศิลปะร่วมสมัย ให้เติบโตไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
และในปีถัดไป คณะกรรมการบริหารกองทุนมีแนวคิดว่า กองทุนฯควรจะเป็นหนึ่งช่องทางที่มีส่วนในการแก้ปัญหา เยียวยา สังคมในมิติทางศิลปะ ในยามที่อาจเกิดเหตุการณ์ใดๆเช่นภัยธรรมชาติ สถานการณ์ทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ รวมถึงภัยจากโรคระบาดที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางศิลปะในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งต้องพิจารณาว่า ศิลปะร่วมสมัยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาหรือเยียวยาได้อย่างไรบ้างโดยจะเป็นการพิจารณาในเงื่อนไขพิเศษ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายพื้นที่ต่อไป”
๐การสนับสนุนนโยบายซอฟพาวเวอร์ของรัฐบาล?
“สศร.โดยวธ. มีนโยบายผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็งและสนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยด้านต่าง ๆ สู่ระดับนานาชาติ ซึ่งการออกแบบและแฟชั่นเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริมให้มีศักยภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ เนื่องจากประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและงดงามอย่างยิ่ง ดังนั้น วธ. จึงได้มุ่งส่งเสริมให้ผ้าไทยกลายเป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลกด้วยการสร้างภาพลักษณ์
แบรนด์แฟชั่นของคนไทย ผ้าไทยและพัฒนาศักยภาพของนักออกแบบแฟชั่นผ้าไทยเพื่อให้มีโอกาสไปสร้างสรรค์ผลงานในเวทีระดับโลก”
“ร่วมกับศิลปินร่วมสมัยด้านแฟชั่นและการออกแบบเครื่องแต่งกาย ผู้ประกอบการ ชุมชนและเครือข่ายศิลปะร่วมสมัยดำเนินการจัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมผ้าไทยร่วมสมัยมาอย่างต่อเนื่อง เช่นโครงการการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายและพัฒนาแบรนด์สินค้าและกิจกรรมงานการแสดงแฟชั่นโชว์ มีเป้าหมายในการดำเนินโครงการฯมุ่งเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์สินค้าผ้าไทยด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการในจังหวัดภาคใต้กลุ่มอันดามันให้นำต้นทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์สร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องราวพื้นถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านการออกแบบ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการตลาดมาสร้างสรรค์ชุดเครื่องแต่งกายที่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ให้มีความทันสมัย ดูแลรักษาง่าย ราคาจับต้องได้ ขยายฐานลูกค้าให้เกิดความยั่งยืนได้ในระยะยาว เพิ่มขีดความสามารถให้แก่แบรนด์ผู้ประกอบการผ้าไทยเพื่อก้าวต่อไป”
๐เป็นหน่วยงานเล็ก แต่ภารกิจใหญ่ มีปัญหาอุปสรรคใดที่อยากให้วธ.ช่วยแก้ไข?
“สศร.เป็นกรมเล็ก มีอัตรากำลังข้าราชการและพนักงานราชการเพียง 70 กว่าอัตรา สศร.จึงต้องทำงานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วนในขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ”
๐หลักในการบริหารงาน?
“ประการแรก ตลอดชีวิตราชการ ยึดประโยชน์ราชการ และประชาชนเครือข่ายเป็นที่ตั้ง ภายใต้ระเบียบข้อกฎหมาย ถูกต้อง ก่อนถูกใจ และโปร่งใสตรวจสอบได้ ประการที่สอง คือ เราทำงานเพียงลำพังไม่ได้ ดังนั้นความร่วมมือของเครือข่ายจึงสำคัญที่สุด เน้นบรรยากาศการทำงานอย่างมีความสุข และประการที่สาม ให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงาน ความสำเร็จใด ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้บริหาร แต่เกิดจากมีบุคลากร ทีมงาน สศร. ที่เข้มแข็งและความร่วมมือของเครือข่ายถือเป็นกลไกลสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ”
๐คาดหวังอะไรบ้างกับการทำงานใน สศร.?
“สังคมค่อนข้างคาดหวังกับการทำงานของสศร. เพื่อให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนพลังสร้างสรรที่นำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาและต่อยอด ดังนั้นจึงคาดหวังให้ สศร. ผนึกกำลังของบุคลากร และเครือข่ายระบบนิเวศทางศิลปะในทุกภูมิภาค ร่วมกัน”

