สพฐ.ชี้ คำสั่งไล่ออกครูสาว เซ่นโยกงบอาหารกลางวัน ซ่อมห้องน้ำ ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด แนะอุทธรณ์ก.ค.ศ.-ศาลปกครอง
กรณีชาวบ้านและผู้ปกครองนักเรียน เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับครูสาวรายหนึ่ง ซึ่งถูกให้ออกจากราชการ หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดฐานทุจริต กรณีการหักเงินอาหารกลางวันเด็กบางส่วนไปซ่อมห้องน้ำเมื่อปี 2564 ซึ่งครูคนดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็ก แต่ปี 2564 ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนขณะนั้น ได้มีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวัน หักเงินอาหารกลางวันบางส่วนที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ปกครองไปซ่อมห้องน้ำในโรงเรียนแทน จนเกิดการร้องเรียนและตรวจสอบนั้น
อ่านข่าว – ครูสาวร่ำไห้ ถูกไล่ออกจากราชการ หลังทำตามคำสั่ง ผอ. เซ็นใช้งบอาหารกลางวัน ปรับปรุงห้องน้ำร.ร.
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบ เรื่องดังกล่าว เป็นการชี้มูลทุจริตมาจาก ป.ป.ช. ดังนั้นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จึงต้องมีคำสั่งไล่ออกตามมติ ป.ป.ช. และมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดว่า
หาก ป.ป.ช.ชี้มูลทุจริต ต้นสังกัดจะลงโทษต่ำกว่าไล่ออกไม่ได้ อย่างไรก็ตามคำสั่งไล่ออกดังกล่าวยังไม่ถือว่า สิ้นสุด หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ครูสามารถ ยื่นเรื่องอุทธรณ์มาได้ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และหากยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถไปร้องต่อไปที่ศาลปกครอง ซึ่งมีหลายกรณี เช่น กรณีการทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล ในหลายพื้นที่ ก็ได้รับความเป็นธรรมใช้ชั้นของศาลปกครอง
“กรณีนี้ มีผู้ได้รับโทษ 2 รายคือ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูรายดังกล่าว ซึ่งในส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อถูกร้องเรียนและ ป.ป.ช.มีคำสั่งลงมาก็ยอมรับสภาพ ส่วนครูรายดังกล่าว คัดค้านคำสั่งของ ป.ป.ช. จนนำมาซึ่งการไล่ออก แต่ก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. และศาลปกครองได้ ในส่วนของ สพฐ.เข้าใจสภาพปัญหา หลายกรณีที่ครูทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้วต้องถูกลงโทษทางวินัย ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามลดภาระครู ไม่ให้ครูไปทำหน้าที่อื่นนอกจากงานสอน อย่างเช่นเรื่องอาหารกลางวัน ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้หน่วยงานอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อให้ครูได้มีเวลาสอนอย่างเต็มที่” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว

