เปลี่ยนตามยุค! ศธ. สั่งเปลี่ยนข้อความท้ายหนังสือราชการ จาก ‘เรียนดี มีความสุข’ เป็น ‘เรียนดี มีคุณธรรม’
กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลังจากที่ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก เรื่อง เปลี่ยนแปลงข้อความท้ายหนังสือ โดยระบุว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการประสานจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อความท้ายหนังสือภายในและภายนอก จาก “เรียนดี มีความสุข” เป็น “เรียนดี มีคุณธรรม” ในการนี้ ให้สำนักทุกสำนัก ดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อความข้างต้น ทั้งนี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม เป็นต้นไป

ขณะที่เพจ “ศธ.360 องศา” ซึ่งเป็นเพจทางการของกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ภาพระบุข้อความว่า “เรียนดีมีคุณธรรม” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่โพสต์ไปไม่นานมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น
- “เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของประเทศเป็นอย่างมากครับ”
- “อยากให้อธิบายความจำเป็นของการคงไว้ซึ่ง Motto ท้ายหนังสือราชการค่ะ”
- “ควรสอนผู้ใหญ่ให้มีคุณธรรมเสียก่อน แล้วถึงให้ผู้ใหญ่มาสอนและทำเป็นตัวอย่างให้เด็กดูด้วย”
- “เดี๋ยวก็เปลี่ยนอีก555”
- “แล้วตอนใช้คำว่า “เรียนดี มีความสุข” ประสบความสำเร็จอะไรบ้างหรอคะ แล้วเปลี่ยนมาใช้ “เรียนดี มีคุณธรรม” อยากประสบความสำเร็จกับอะไร คิดตัวชี้วัดไว้ยังคะ”
- “การเปลี่ยนตรงนี้ จะช่วยอย่างไรกับการศึกษาครับ”

หลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความต่อเนื่องของนโยบายการศึกษาไทย เพราะหลายคนมองว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นโยบายการศึกษา ก็เปลี่ยนตามรัฐมนตรีคนนั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นโยบายการศึกษาของประเทศไม่ต่อเนื่องหรือไม่?
ประกอบกับ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. แต่ละคนที่รับตำแหน่ง เข้ามาทำงานไม่ได้ไม่นาน ก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเก้าอี้ ทั้งที่การพัฒนา “การศึกษา” ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ไม่สามารถสั่งการวันนี้ แล้วพรุ่งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที
เมื่อสังเกตจากนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” จนถึง “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยนโยบายเรียนดี มีความสุข เริ่มต้นจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้ประกาศนโยบายดังกล่าวเมื่อเดือน กันยายน 2566
สำหรับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เน้นลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะ, ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่นด้วยความโปร่งใส, แก้ไขปัญหาหนี้สิน และ จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ 1 ครู 1 Tablet
พร้อมกับประกาศเร่งลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 6 ด้าน เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา, 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ, ระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต, การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ, การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา, มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ
ก่อนที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะลาออกจากตำแหน่ง ตามมติของพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้น ในเดือน มิถุนายน 2568 สรุประยะเวลาดำรงตำแหน่ง ประมาณ 1 ปีครึ่งเท่านั้น

ต่อมา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมุ่ง พัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้เป็นรากฐานก่อนที่จะนำไปสู่วิทยาศาสตร์ขั้นสูงต่อไป ปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ที่อยากให้ศธ.ยกระดับการเรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบชัดเจน ยลดภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ล่าสุดที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ คือ การประกาศปรับเปลี่ยนข้อความท้ายหนังสือราชการเป็น “เรียนดี มีคุณธรรม” คาดว่าจะเป็นการมุ่งผลักดันนโยบายประวัติศาสตร หน้าที่พลเมืองให้ชัดเจนขึ้นหรือไม่ ต้องจับตาแนวทางขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาไทย ของนางนฤมลต่อไป


