นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรณีที่ลงพื้นที่ จ.ลำปาง เพื่อตรวจสอบภาพเขียนสีโบราณ 3,000 ปี บริเวณผาหินประตูผา อ.แม่เมาะ ในเขตป่าดูแลของค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา ที่ถูกมือดีขีดเขียนทับจนได้รับความเสียหาย โดยได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน แจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้ที่มีรายชื่อบนภาพเขียนสีมาดำเนินคดี ว่า จากการตรวจสอบภาพเขียนสีดังกล่าว พบว่ามีชื่อคนอยู่บนผนัง ที่มีทั้งชื่อและนามสกุล ซึ่งสามารถติดตามตัวได้อยู่ประมาณ 4-5 ราย นอกนั้นเป็นชื่อเล่น ดังนั้นตนจึงสั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 7ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัวผู้ที่มีรายชื่อดังกล่าวมาพูดคุย เพื่อเป็นการปรามและตักเตือนเป็นตัวอย่างไม่ให้คนอื่น ๆ ทำตามอีก ทั้งนี้การเขียนข้อความใดก็ตามที่ทำให้ภาพเขียนสีโบราณได้รับความเสียหาย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 7 ปี ปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“สิ่งที่พบน่าตกใจมาก เพราะมือดี เขียนชื่อและทำลายภาพเขียนสีไปค่อนข้างมาก ซึ่งจริง ๆ จะดำเนินคดีคตามกฎหมาย ฐานทำให้โบราณสถานเสียหาย เสียคุณค่าก็ได้ แต่เพราะเราเองก็ยังไม่แน่ใจว่า ผู้ที่มีรายชื่ออยู่บนผนัง เป็นผู้เขียนเขียนด้วยตัวเอง หรือมีผู้อื่น เขียนชื่อเขา ดังนั้นครั้งนี้จึงถือว่า เป็นการเรียกมาปราม เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่น ๆ ได้รับทราบว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายและไม่ควรทำ ขณะเดียวกัน ยังมอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 7 จัดทำป้าย ห้ามนักท่องเที่ยว ขีดเขียน ข้อความบนผนังภาพเขียนสี ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้น เร่งให้สำนักศิลปากรที่ 7 จัดทำในส่วนของจ.ลำปางก่อน เพราะได้รับความเสียหายมาก เขียนกันเยอะมาก จากนั้นจะขยายผลสั่งการติดป้ายดังกล่าว ในโบราณสถานทั่วประเทศ ยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่เคยดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ขีดข้อความทำลายโบราณสถาน เพราะเราไม่เห็นในขณะที่เขาลงมือเขียนจึงไม่มีหลักฐาน และเป็นช่องให้ผู้ที่มีชื่ออ้างได้ว่า มีผู้อื่นเขียนชื่อตัวเอง ดังนั้นจึงยากต่อการติดตาม ซึ่งคงต้องมีมาตรการป้องกันอื่น ๆ อาทิ การทำรั้วลวดหนาม ล้อมบริเวณโดยลอบภาพเขียนสี ไม่ให้สามารถปีนขึ้นไปทำลายได้ เป็นต้น ”นายอนันต์กล่าว

