จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสานฝันทางการศึกษาแก่ น.ส.ตะวันฉาย ลินลา พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสุรินทร์ ภรรยาของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข แห่งกองพันทหารราบที่ 3 ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมชายแดนไทย–กัมพูชาให้เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ภาคนอกเวลาราชการ) ภาคต้น ปีการศึกษา 2568 พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาเต็มจำนวนตลอดระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าครองชีพรายเดือน ค่าหนังสืออุปกรณ์การศึกษา และค่าการสืบค้นวารสารทางวิชาการ
โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความห่วงใยและประกาศนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความเสียสละของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้อ
งประเทศชาติ โดยยึดหลักว่าคนไทยทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน มหาวิทยาลัยจึงได้จัดสรรทุนการศึกษาเต็มรูปแบบให้แก่ภรรยาของผู้เสียสละจากเหตุ การณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา การมอบทุนสนับสนุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการให้เรียนฟรีแต่เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและความผูกพันที่คนไทยมีต่อกัน ครอบครัวของทหารกล้าก็คือครอบครัวของเรา เราต้องดูแลซึ่งกันและกันการมอบทุนครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของจุฬาฯที่มุ่งเน้นไม่เพียงการสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถแต่ยังยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาเพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่มั่นคงและเข้มแข็ง” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว
ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของมหาวิทยาลัยโดยรับน.ส.ตะวันฉายเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ภาคนอกเวลาราชการ) ในภาคต้น ปีการศึกษา 2568 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ ซึ่งน.ส.ตะวันฉายมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของบัณฑิตวิทยาลัยโดยการเรียนการสอนในหลักสูตรเป็นการเรียนนอกเวลาราชการทุนการศึกษาตลอดระยะเวลา 2 ปีนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาค่าใช้จ่าย รายเดือน ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา
ค่าใช้จ่ายในการสืบค้นวารสารทางวิชาการ
น.ส.ตะวันฉาย ลินลา พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสุรินทร์ ภรรยาของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้รับทุน เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ทั้งของตนเองและครอบครัวโดยแรงบันดาลใจสำคัญเกิดจากการพูดคุยกับสามีที่เคยตั้งคำถามและวางเป้าหมายว่าวันหนึ่งจะได้มาเรียนที่จุฬาฯ จนวันนี้ฝันได้กลายเป็นจริงการเลือกศึกษาต่อด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นเกิดจากการตระหนักถึงปัญหาในเรื่องนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสังคม ขณะที่บุคลากรผู้เชี่ยวชาญยังมีจำนวนจำกัดเด็กเปรียบเสมือนต้นกล้า หากดูแลเพียงสุขภาพกาย แต่ละเลยสุขภาพใจย่อมกระทบต่อพัฒนาการโดยรวมการศึกษาต่อปริญญาโทในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตเด็ก

