เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นาง นฤมล ภิญโญสินวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการจัดตั้งสหกรณ์กลาง โดยมอบหมายให้ สกสค. ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการไปศึกษาข้อมูลและจัดทำรายละเอียดของโครงการ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ โดยขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเสนอครม.พิจารณาได้ทันในวันที่ 26 สิงหาคมนี้
“ดิฉันมั่นใจว่าโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูด้วยสหกรณ์กลาง สกสค. จะเกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมาย เพราะ เป็นเรื่องสำคัญที่ตั้งใจผลักดัน เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจะดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสถาบันการเงิน ในรูปแบบของรวมหนี้ทั้งระบบ เป็นการโอนหุ้น และโอนหนี้ การันตีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้ในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฟสแรกจะเปิดให้ครูลงทะเบียนในเดือน ตุลาคมนี้ กำหนดวงเงินทุนสำรองสำหรับปล่อยกู้ประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปีแรก 0% ไปจนถึงปีที่ 4 ดอกเบี้ยไม่เกิน 4% เพื่อลดภาระหนี้ครู รวมถึงงบประมาณที่จะต้องนำมาชดเชยกรณีที่มีการลดหย่อนดอกเบี้ยให้แก่ครูที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ในปีแรก 0% ในวงเงิน 6,000 ล้านบาท จะเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาด้วยเช่นกัน”นางนฤมล กล่าว
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมฯ ยังรับทราบประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การติดตามทรัพย์สินคดีฟอกเงิน 3 คดี ภายหลังศาลมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือชดใช้คืนให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค., การติดตามคดีภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว กรณีร่วมลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด และกรณีคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษตามโครงการสวสัดิการเงินกู้ ช.พ.ค. อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด
ด้านนายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการสกสค. กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค. จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับ เกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยหนึ่งในกระบวนการสำคัญ คือ การนำรายชื่อของผู้กู้เงินทั้งหมดเข้าสู่ระบบของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เพื่อให้สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายสามารถตรวจสอบประวัติทางการเงิน และใช้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ครูไปก่อหนี้เพิ่ม โดยระยะแรก สกสค. จะเปิดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สิน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในเดือน ตุลาคม โดยมีทุนสำรองไว้สำหรับการปล่อยกู้ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของสถาบันการเงินที่จับมือร่วมกัน ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการศธ. ยังได้กำชับว่าควรจะให้ครูทุกคนเข้ารับการอบรมหลักสูตรวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการการเงินส่วนบุคคล และป้องกันการก่อหนี้สินซ้ำในอนาคต

