สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ Thao Nguyen Huynh Tran แน่นอนว่าออกเสียงยากสำหรับคนไทย เรียกง่าย ๆ ว่า “ฮันนาห์” ก็ได้ค่ะ
ดิฉันอายุ 22 ปี เป็นคนเวียดนาม เกิดและเติบโตที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ หรือชื่อเก่า “ไซ่ง่อน” ปัจจุบันดิฉันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุราษฎร์ธานี ทุกครั้งที่คนรู้ว่าดิฉันมาจากเวียดนาม คำถามแรกที่มักได้ยินเสมอคือ ทำไมถึงมาเรียนที่นี่
ดิฉันมาเรียนที่นี่เพราะพี่ชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) มาเรียนที่นี่ก่อน ตอนนี้เขาเรียนปี 2 แล้ว ตลอดเวลาเขาจะคอยบอกดิฉันเสมอว่า “มาเรียนที่นี่ด้วยกันสิฮันนาห์ อาจารย์ดูแลดีมาก ๆ เพื่อนคนไทยก็โอบอ้อมอารี ไม่บ่อยหรอกนะที่เราจะได้รับความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยในเวลาเดียวกับที่เราได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสถานที่ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน”
ดิฉันเห็นด้วยกับเขา ถ้าเราต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ในสถานที่แปลกใหม่ เรามักรู้สึกเดียวดายและไม่ปลอดภัย แล้วมันจะดีแค่ไหนถ้าเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่โดยเราไม่รู้สึกแปลกแยก ดังนั้นดิฉันเลยสมัครสอบชิงทุนการศึกษาของมรภ.สุราษฎร์ธานีและดิฉันก็สอบได้
พอได้มาเรียนก็เหมือนกับที่พี่ชายว่าไว้จริง ๆ อาจารย์ดูแลนักศึกษาต่างชาติอย่างอบอุ่นใกล้ชิด ส่วนเพื่อนนักศึกษาไทยก็มนุษยสัมพันธ์ดีมาก ทุกคนจำดิฉันได้และจำชื่อได้ด้วย แต่เราจำชื่อเพื่อน ๆ หลายคนยังไม่ได้ เพราะชื่อภาษาไทยยาก แล้วยังมีเพื่อนนักศึกษาจากประเทศอื่น ๆ ด้วยค่ะ เช่น ลาว จีน พม่า
ดิฉันมาอยู่เมืองไทยได้ 8 เดือนแล้ว ไม่เคยคิดถึงบ้านเลย เพราะอยู่ที่นี่แล้วอบอุ่นและสนุกมาก มรภ.สุราษฎร์ธานีมีวิทยาเขตอยู่ที่เกาะสมุยด้วย บางครั้งเราก็ต้องไปเรียนที่นั่น สนุกมากค่ะ ทะเลสวยมาก เมื่อขึ้นปี 2 ฮันนาห์และเพื่อน ๆ ต้องย้ายไปเรียนที่สมุย รู้สึกตื่นเต้นมาก
ถ้าจะเปรียบเทียบระบบการศึกษาเวียดนามกับไทย ต้องบอกว่าใกล้เคียงกันมาก แต่นักศึกษาเวียดนามจะเครียดและกดดันมากกว่า ก่อนดิฉันจะตัดสินใจมาเรียนที่เมืองไทย ดิฉันเรียนด้านธุรกิจนานาชาติที่มหาวิทยาลัยในเวียดนาม พอขึ้นชั้นปี 2 ก็พบว่ายังไม่ใช่แนวทางที่เราต้องการ จึงลาออกแล้วมาเรียนต่อที่เมืองไทย
สำหรับฮันนาห์ วิถีชีวิตของคนไทยเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก รู้สึกที่นี่ปลอดภัยกว่าชีวิตในเวียดนามเสียอีก เพราะพักอยู่ในเมืองมหาวิทยาลัยที่มีพร้อมทุกอย่าง ครบวงจร ทั้งอาคารเรียน ห้องสมุด หอพัก โรงอาหาร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามกีฬา ถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยในเวียดนามที่ดิฉันเคยเรียน ที่โน่นคับแคบ ทำให้มีกิจกรรมสันทนาการน้อยมาก
ตอนนี้ดิฉันเรียนภาษาไทยด้วย มีอาจารย์และเพื่อน ๆ คอยสอนให้ ดิฉันพูดและเขียนภาษาไทยได้บ้างเล็กน้อย พูดแนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยได้ ซื้อของได้ เขียนสั่งอาหารเองได้ ใช้คำพูดพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้บ้าง
ถ้าถามว่าอยากได้อะไรเพิ่มเติมสำหรับชีวิตในเมืองไทยไหม สิ่งเดียวที่ฮันนาห์อยากได้ คือ อยากให้เพื่อนคนไทยพูดภาษาอังกฤษให้มากกว่านี้ นอกจากภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญกับอนาคตของเพื่อน ๆ แล้ว เชื่อว่าในแง่มุมของมิตรภาพระหว่างชนชาติ มันจะงอกงามกว่านี้ได้ถ้าเราทั้งสองฝ่ายเข้าใจภาษาสากลและสื่อสารได้


