หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (361)成语故事(三六一)

6.09.25 | 13:00 น.

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 风声鹤唳/風聲鶴唳 fēnɡ shēnɡ hè lì (เฟิง เฌิง เฮ่อ ลี่)

คำว่า / fēnɡ (เฟิง) แปลว่า ลม

/   shēnɡ (เฌิง) แปลว่า เสียง

/ (เฮ่อ) แปลว่า นกกระเรียน

   lì (ลี่) แปลว่า ร้อง

Advertisement

เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง เสียงลมพัดเสียงนกกระเรียนร้อง ใช้เปรียบเปรยกับสถานการณ์ที่ผู้คนแตกตื่นตกใจหวาดกลัว  คนที่แตกตื่นตกใจมักจะทำอะไรไม่ถูก มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน

ประเทศจีนในช่วงปีค.ศ. 383 (พ.ศ. 926) เป็นช่วงการปกครองของราชวงศ์จิ้นตะวันออก东晋/東晉Dōnɡ Jìn (ตงจิ้น) ราชวงศ์จิ้นในช่วงค.ศ.นี้เป็นยุคอ่อนแอ หลายรัฐหลายหัวเมืองจึงมักกระด้างกระเดื่องต่อราชสำนัก หนึ่งในนั้นคือผู้นำแคว้นเฉียนฉิน前秦Qián Qín  นามว่าฝูเจียน苻坚/苻堅Fú Jiān  เมื่อเห็นราชสำนักจิ้นอ่อนแอ ฝูเจียนจึงได้แอบซ่องสุมกำลังพล จนสามารถรวบรวมกองทัพใหญ่กว่า 900,000 นายได้สำเร็จ จึงคิดการใหญ่ โดยนำทัพเคลื่อนลงใต้หมายพิชิตราชวงศ์จิ้นตะวันออก  เพื่อรับศึกใหญ่นี้ทางราชสำนักจิ้นตะวันออกได้แต่งตั้ง เซี่ยสือ 谢石/謝石Xiè Shí เป็นแม่ทัพใหญ่ และเซี่ยเสวียน 谢玄Xiè Xuán เป็นแม่ทัพกองหน้า โดยเซี่ยเสวียนได้นำทหารยอดฝีมือในกองทัพจำนวน 80,000 นาย ออกเป็นด่านหน้าออกต้านทัพศัตรูเพื่อถ่วงเวลารอทัพหลวงมาสมทบ

ฝ่ายฉินภายใต้การนำของฝูเจียนก็มีความมั่นใจเกินร้อยว่ากองทัพของตนที่มีจำนวนมากกว่าและมีความสามารถทางการรบที่เหนือกว่า จะสามารบดขยี้กองทัพหน้าของจิ้นได้อย่างง่ายดาย  เมื่อทั้งสองทัพยกมาเผชิญกันสองฝั่งแม่น้ำเฝย淝水Féi shuǐ(เฝย ฉุ่ย) (ปัจจุบันคือมณฑลอันฮุย)  ก่อนทั้งสองฝ่ายจะเปิดฉากโจมตีกัน เซี่ยเสวียนจึงวางแผนจะเอาชนะข้าศึกด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าให้ได้ จึงได้ส่งทูตไปยังค่ายของฝูเจียน โดยเสนอแนะต่อกองหน้าของฉินว่า

“กองทัพทั้งสองตั้งค่ายต่างตั้งรั้งทัพอยู่คนละฝั่งแม่น้ำเฟย สภาพเช่นนี้ดูก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างหวังทำสงครามยืดเยื้อเป็นแน่แท้ ไม่ใช่การเอาชัยอย่างฉับพลัน ท่านยกทัพมาไกล มันคงไม่ดีเป็นแน่แท้  แต่ถ้าอยากให้การรบจบไปอย่างรวดเร็ว  ขอให้กองทัพของท่านถอยไปเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ฝ่ายเรายกทัพข้ามแม่น้ำมาสู้กันให้รู้แพ้ชนะ ไม่ดีกว่าหรือ?” 

เมื่อที่ประชุมแม่ทัพรัฐฉินหารือกัน หลายคนเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของจิ้น ควรตั้งมั่นริมน้ำเฝยตามเดิม อย่าให้ทัพจิ้น ข้ามแม่น้ำมาได้ รอให้กองทัพส่วนหลังมาถึงก่อน แล้วค่อยบดขยี้ให้สิ้นซาก  แต่ฝูเจียนผู้กระหายชัยชนะ และมั่นใจในกองทัพอันใหญ่โตของตน จึงไม่เห็นพ้องกับแม่ทัพทั้งหลาย พร้อมกล่าวว่า

“เพียงแค่เราถอยไปนิดเดียว พอทัพจิ้นข้ามแม่น้ำมาได้สักครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งยังติดอยู่กลางน้ำ ถึงตอนนั้นเราก็ฉวยโอกาสส่งทัพม้าเข้าโจมตีบดขยี้ เช่นนี้แล้วย่อมชนะอย่างเด็ดขาดแน่นอน!”

ดังนั้น กองทัพฉินจึงตัดสินใจถอย แต่ทัพฉินภายใต้การนำของฝูเจียนไม่คาดคิดมากก่อนว่ากองทัพของตนบังคับบัญชาได้อย่างเละเทะไม่เป็นเอกภาพเช่นนี้ เพราะพอได้รับคำสั่งให้ถอย ทหารก็เข้าใจว่าหน้าทัพแตกพ่าย จึงแตกตื่นล่าถอยอย่างอลหม่าน เซี่ยเสวียนเห็นทัพศัตรูเริ่มถอย และมีทีท่าระส่ำระสาย จึงรู้ว่าข้าศึกลงกลเข้าแล้ว จึงสั่งให้กองทัพของตนลั่นกลองรบ พร้อมส่งเสียงโห่ร้องว่า ทัพฉินพ่ายแพ้ถอยทัพแล้ว จากนั้นทหารทั้งหมดก็ยกพลข้ามแม่น้ำเข้าตี กองทัพฉินจึงรีบถอยหนีอย่างสับสนอลหม่าน ทิ้งอาวุธและเกราะเกลื่อนกลาด เหยียบกันตายเป็นจำนวนมาก ผู้ที่หนีรอดจากการไล่ล่าของจิ้น ระหว่างทางเมื่อได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิวหรือเสียงนกกระเรียนร้อง ก็สำคัญผิดว่าทัพจิ้นตามมาอีก จึงหนีหัวซุกหัวซุนทั้งกลางวันกลางคืน  ด้วยเหตุนี้ กองทัพจิ้นจึงคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ใน “ศึกเฝยสุ่ย” (淝水之战Féi shuǐ zhī zhàn การศึกที่เฝยฉุ่ย) ได้สำเร็จ

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:惊慌失措。

成語比喻:驚慌失措。

Chénɡyǔ bǐyù:Jīnɡhuānɡ shīcuò.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:   จิงฮฺวาง ฌือชั่ว

สุภาษิตเปรียบว่า ตื่นตระหนกตกใจ

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

当战火逼近村庄的时候,居民们便风声鹤唳,连猫窜过废墟的声响都能引起恐慌与惊叫。

當戰火逼近村莊的時候,居民們便風聲鶴唳,連貓竄過廢墟的聲響都能引起恐慌與驚叫。

Dānɡ zhànhuǒ bījìn cūnzhuānɡ de shíhòu,jūmínmen biàn fēnɡshēnɡhèlì,lián māo cuànɡuò fèixū de shēnɡxiǎnɡ dōu nénɡ yǐnqǐ kǒnɡhuānɡ yǔ jīnɡ jiào.

ตัง  จ้านหั่ว ปีจิ้น ชุนจฺวาง เตอะ ฉือโห้ว, จวีหมินเมิน เปี้ยน เฟิงเฌิงเฮ่อลี่, เหลียน เมา ชฺว่านกั้ว เฟ่ยซวี เตอะ เฌิงเสี่ยง โตว เหนิง อิ๋นฉี่ โข่งฮฺวาง ยหวี่ จิงเจี้ยว

เมื่อสงครามใกล้เข้ามาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างตกอยู่ในความตื่นตระหนก แม้แต่เสียงแมววิ่งผ่านซากปรักหักพังก็อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและเสียงกรีดร้องได้

ที่มาภาพ  https://image.baidu.com/search