ไฟเขียว ‘อดิศร เนาวนนท์’ นั่งประธาน ทปอ.มรภ.

5.09.25 | 17:08 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) บุรีรัมย์ ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มีการประชุมอธิการบดีมรภ.ทั่วประเทศ โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกประธานทปอ.มรภ. คนใหม่ แทน รศ.มาลิณี  จุโฑปะมา อธิการบดีมรภ.บุรีรัมย์ ประธานทปอ.มรภ. ซึ่งกำลังจะครบวาระ โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือก รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมรภ.นครราชสีมา เป็นประธานทปอ.มรภ. คนใหม่ วาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี นับแต่วันที่ 11 กันยายน 2568 – 10 กันยายน 2570

โดยรศ.ดร.อดิศร  กล่าวว่า มรภ.ทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ แม้จะมีพ.ร.บ.จัดตั้งฉบับเดียวกัน แต่ละมหาวิทยาลัยต่างมีความเป็นอิสระ เป็นนิติบุคคล มีกรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของแต่ละแห่ง มีพันธกิจหลักที่สำคัญ  ที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัยที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป คือ การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงการผลิตและพัฒนาครูประจำการ  มีจุดแข็งอยู่ที่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนและกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆทั่วประเทศ แนวทางการทำงานในฐานะประธาน ทปอ.มรภ. จะเน้นไปที่การทำงานเชิงยุทธศาสตร์โดยใช้จุดแข็งของมหาวิทยาลัยทำงานตามพันธกิจดังกล่าว ให้เกิดแรงกระเพื่อม หรือผลกระทบต่อชุมชน ท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างมีนัยสำคัญอย่างแท้จริง

“ที่ผ่านมามรภ.ทั้ง 38 แห่งได้ทุ่มเททำงานตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยในกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่ขาดโอกาส บนพื้นฐานการได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐที่ค่อนข้างจะต่ำมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยของรัฐเดิมหรือมหาวิทยาลัยในกำกับอย่างมาก แต่ก็มีความสำเร็จตามพันธกิจที่เกิดขึ้นมากมาย  ทั้งคุณภาพบัณฑิต ผมขอยกตัวอย่าง นายคมสันต์  แซ่ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Express ยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย  ก็เป็นบัณฑิตจากมรภ.ลำปาง และมีผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งราชการ เอกชน จำนวนมากมายทั่วประเทศ”รศ.ดร.อดิศร กล่าว

รศ.ดร.อดิศร  กล่าวต่อว่า มรภ.มีนวัตกรรม งานวิจัยในการทำงานเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่จำนวนมาก ดังนั้นการ การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ หรือการ Rebranding มรภ.จึงเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของทปอ.มรภ.ทั่วประเทศ ตนมีความเชื่อว่าต่อให้กรุงเทพมหานครเจริญเติบโตแค่ไหน   ถ้าคนในท้องถิ่นหรือในพื้นที่ต่าง ๆทั่วประเทศยังไม่ได้รับการพัฒนา ประเทศเราก็พัฒนาไม่ได้ มรภ.จึงเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน