นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะเข้ามาทำงานภายใต้รัฐบาลใหม่ที่อาจจะมีระยะเวลาการทำงานเพียง 4 เดือนก่อนจะมีการยุบสภานั้น ควรจะมีคุณสมบัติดังนี้ 1.ต้องเป็นคนที่เข้าใจเนื้องานและปัญหาในระบบการศึกษาของไทย ไม่ควรเข้ามาแล้วต้องเรียนรู้งานใหม่หรือลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาต่างๆ ฉะนั้นควรเป็นนักการศึกษาที่คร่ำหวอดในวงการ สามารถเริ่มงานได้ทันที 2.ต้องสามารถจัดลำดับนโยบายต่างๆให้มีความเหมาะ ตามสถานการณ์และกรอบเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดนโยบายครอบคลุมทุกด้านหรือมากเกินไป แต่ควรจะผลักดันเฉพาะนโยบายที่มีความสำคัญและสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบการศึกษาได้
“ที่สำคัญ รัฐมนตรีว่าการศธ. ควรจะเข้ามาสานต่อในเรื่องของหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่มีการประกาศใช้ไปแล้ว ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีและมีประโยชน์อย่างมาก แต่ยังไม่เป็นที่รับรู้ของประชาชน เนื่องจากยังไม่มีการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร อีกหนึ่งนโยบายที่ควรจะสานต่อคือ การจัดตั้งสหกรณ์กลาง แก้หนี้ครู ซึ่งผมมองว่าเป็นนโยบายที่ดี ”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.หากรัฐมนตรีว่าการศธ. หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ที่จะเข้ามาใหม่ ควรสามารถพูดคุยกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการศธ.คนปัจจุบันได้ เพื่อที่จะได้ส่งต่อปัญหาที่พบจากการที่ลงพื้นที่ต่างๆตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา รวมไปถึงนโยบายสำคัญที่สามารถสานต่อได้ทันที 4.ต้องรู้วัฒนธรรมการทำงานของศธ.โดยไม่ต้องมาปรับตัวใหม่ และมีวุฒิภาวะในการบริหารองค์กร เพื่อความกล้าตัดสินใจ 5.ต้องเป็นผู้ที่มีความคิดล่วงหน้า สามารถเตรียมการในเรื่องสำคัญเพื่อส่งต่อให้กับรัฐมนตรีว่าการศธ.คนใหม่หลังจากที่มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีนโยบายที่มีความเป็นกลางเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลสมัยหน้า และจะต้องมีจิตใจที่เปิดกว้างไม่ใช่เป็นเพียงนักการเมืองที่มองเพียงผลประโยชน์ส่วนตน
“ผมมองว่ารัฐมนตรีว่าการศธ.คนใหม่คงจะมีการเปลี่ยนคน เนื่องจากนางนฤมล ไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามาทำงานที่ศธ.ตั้งแต่แรกแต่เข้ามาเพราะความจำเป็น และไม่ได้เข้าใจปัญหาของการศึกษาเท่าที่ควร แต่ในช่วง 2 เดือน ที่เข้ามาทำงาน ก็เริ่มเข้าใจบริบทการทำงานมากขึ้น ฉะนั้น หากเป็นไปได้ อยากให้ผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจต่อปัญหาการศึกษา ที่สามารถเดินหน้าทำงานในเวลาที่จำกัดได้ทันที”นายสมพงษ์ กล่าว

