‘นฤมล’ เดินหน้า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เร่งบรรจุเข้าสภา หวังปิดช่องว่าง-ลดเหลื่อมล้ำ

15.09.25 | 11:59 น.

นฤมล เดินหน้า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เร่งบรรจุเข้าสภา หวังปิดช่องว่าง-ลดเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา”จัดโดย สมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,รองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม

นางนฤมล กล่าวว่า หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงอีกหลายจุดในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้  จึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ศธ.กำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น

“พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของศธ. ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้อยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการให้แล้ว โดยขอให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้เข้าสภาฯในชุดปัจจุบัน อย่าให้เป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด”นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ตนได้มีการหารือกับผู้บริหารกระทรวง และข้าราชการประจำมาเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ต้องออกไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า จะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง ตนไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ที่ได้เข้ามาดูแลศธ.ก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่มาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ ดังนั้นตนหวังว่าทุกคนจะยึดหลักการเดียวกัน

Advertisement

นางนฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ พิจารณา รับวาระร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปจะนำไปสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปชดเชยสำหรับคำสั่ง คสช. ที่ยกเลิกไป ส่วนเนื้อหาหลักที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไปก็พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง ของ คสช. เช่น จะมีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปก็จะอยู่ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา