มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่สำคัญในเขตภาคเหนือของไทย ที่มุ่งกระจายโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบน 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน รวมถึง ภูมิภาคอื่นด้วย โดยมีการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของท้องถิ่น ภูมิภาคและประเทศ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำทั้งกลุ่มสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และกลุ่มสาขาทางด้านสังคมศาสตร์ และเพื่อพัฒนานิสิตให้มีความรู้ความสามารถและมีทักษะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน มหาวิทยาลัยพะเยายังได้จัดหลักสูตรการเรียนควบ 2 ปริญญา โดยจัดการเรียนการสอนด้วยกันทั้งหมด 19 คู่ด้วยกัน

ศ.พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวถึงนโยบายการเปิดหลักสูตรการเรียนควบ 2 ปริญญา ว่า จากที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยพะเยาในฐานะสถาบันอุดมศึกษาจึงต้องพัฒนาและจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และในโลกอนาคตมองว่า การเรียนเพียงด้านใดด้านหนึ่งอาจไม่เพียงพอ ตลาดแรงงานในอนาคตต้องการคนที่มีทักษะในหลายๆ ด้าน ดังนั้นในการพัฒนานิสิตให้มีความสามารถเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน การเปิดหลักสูตรการเรียนควบ 2 ปริญญา จะทำให้ผู้เรียนได้เปรียบในเรื่องโอกาสการได้งานทำมากขึ้น โดยนิสิตที่เลือกเรียนควบ 2 ปริญญา ต้องเรียนรายวิชาครบตามหลักสูตรทั้ง 2 หลักสูตรเพื่อให้ได้ทั้ง 2 ปริญญาเช่นเดียวกับคนที่เรียนเพียงปริญญาตรีปริญญาเดียว อาทิ ปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต (วทบ.คณิตศาสตร์) คู่กับปริญญาการศึกษาบัณฑิต (กศบ.) นิสิตที่จบออกมาหากสอบบรรจุครูก็จะเป็นครูที่มีความรู้ด้านคณิตศาสตร์ในระดับที่เข้มข้นเท่ากับคนที่เรียนวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์เลยทีเดียว
“มหาวิทยาลัยพะเยามองเห็นโอกาสตรงนี้จึงเปิดหลักสูตรควบ 2 ปริญญาตั้งแต่เริ่มเปิดมหาวิทยาลัยเลย การเตรียมแผนและตารางการเรียนการสอนทำได้ง่ายกว่ามาจัดทำภายหลัง หลักสูตรการเรียน 2 ปริญญาควบคู่นี้ จะใช้เวลาเรียน 5 ปี โดยวิชาศึกษาทั่วไปจะเรียนเหมือนกันหมด ส่วนวิชาหลักของแต่ละปริญญาก็ต้องเรียนให้ครบตามโครงสร้างหลักสูตรของทั้ง 2 ปริญญา เด็กตอบรับดีมาก สมัครเข้ามาเรียนมากทีเดียว โดยเฉพาะหลักสูตรด้านครู คนที่จบคณิตศาสตร์ หรือเคมี อย่างเดียว พอมาสอนอาจมีทักษะการถ่ายทอดได้ดีไม่เท่าคนที่เรียนควบ วทบ.(คณิตศาสตร์) กับ กศบ.” อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยากล่าว

ด้าน รศ.ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มพ. กล่าวว่า การเรียนควบ 2 ปริญญา มหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนด้วยกันทั้งหมด 19 คู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการจับคู่ศาสตร์ด้านครู อาทิ วทบ. (คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา) คู่กับ กศบ. ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก โดยการเรียนควบ 2 ปริญญานี้มีนิสิตจบไป 2 รุ่นแล้ว แม้ว่าเด็กอาจจะเรียนหนักกว่านิสิตที่เรียนเพียงปริญญาเดียว เพราะต้องเก็บหน่วยกิตให้ครบทั้ง 2 หลักสูตร แต่ก็ถือว่าคุ้มกับการทุ่มเทเพราะจะได้ปริญญา 2 ใบเลย และยังใช้งบประมาณและเวลาเรียนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับต้องเรียนปริญญาตรีทีละใบ ส่วนที่ได้รับความนิยมในการสมัครเข้ามาเรียนไม่แพ้กัน คือ ปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ควบกับ กศบ. นอกจากนี้ ยังมีคู่ของบัญชีบัณฑิตควบกับนิติศาสตร์บัณฑิต และอื่นๆ อีกรวม 19 คู่ ด้วยกัน จากที่เปิดหลักสูตรจนถึงปัจจุบัน มีบ้างที่ขอกลับไปเรียนปริญญาเดียว แต่ก็มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ของเด็กที่เรียนปริญญาตรีควบเท่านั้น หลักสูตรนี้เรามีคณะกรรมการติดตามดูตลอดเวลา อนาคตจะจัดหลักสูตรควบ 2 ปริญญาเพิ่มในคู่อื่นๆ อีกหรือไม่ ต้องดูตลาดความต้องการของแรงงานก่อน แต่ตอนนี้เรากำลังทำดิจิตอล อินโนเวชั่น สอดแทรกเรื่องนี้เข้าไปในหลักสูตร และจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ โดยเริ่มที่วิชาศึกษาทั่วไปผ่านระบบออนไลน์ให้เด็กได้มีทางเลือกเพิ่ม และกำลังพัฒนารายวิชาอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้นิสิตของเราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
น.ส.ยุวเรศ งามทรง นิสิตหลักสูตรควบ 2 ปริญญา กล่าวว่า อยากเป็นครูตั้งแต่เด็กๆ ขณะเดียวกันก็ชอบวิชาคณิตศาสตร์ พอเห็นหลักสูตรนี้ เลยตัดสินใจเลือกเรียน วทบ.คณิศาสตร์ คู่กับการศึกษาบัณฑิต เรียนค่อนข้างหนัก 4 ปีนี่จะต้องเรียนซัมเมอร์ทุกปี ทั้งวิชาหลักของหลักสูตร วทบ. และวิชาของหลักสูตร กศบ. เกี่ยวกับการสอน การวิจัย ทั้งในภาคเรียนปกติและในภาคซัมเมอร์ ส่วนปีที่ 5 ต้องไปฝึกสอนทั้งปีเลย การเรียนแบบนี้โดยส่วนตัวคิดว่าเราได้เปรียบคนอื่น โดยเฉพาะในการสอบเข้าบรรจุครู ซึ่งสอบได้บรรจุเป็นครูในโครงการครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จ.แพร่
นายโยธิน ใจอ่อน นิสิตหลักสูตรควบ 2 ปริญญา กล่าวว่า เพิ่งจบเมื่อมีนาคม ปี 2559 หลักสูตร วทบ.คณิตศาสตร์ คู่หลักสูตร กศบ. เช่นเดียวกัน การเลือกเรียน 2 ปริญญา คิดว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง และที่สนใจเป็นครูเพราะได้แรงบันดาลใจจากครูสอนคณิตศาสตร์สมัยเป็นเด็ก ครูสอนสนุกมาก จึงอยากเป็นครูที่ถ่ายทอดได้อย่างเข้าใจและสนุกแบบนั้นบ้าง ตอนนี้ได้เป็นครูสมใจโดยสอนที่โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม กรุงเทพฯ สำหรับการเรียนหลักสูตรนี้ แม้จะเรียนค่อนข้างหนัก แต่ผลที่ได้คุ้มค่ามากและใช้เวลาน้อยกว่า งบประมาณในการเรียนก็ใช้น้อยกว่าหากเทียบกับการเรียนทีละปริญญาซึ่งตนจบมาเกรด 3.8 กว่า ทั้ง 2 ปริญญา
การเรียนควบ 2 ปริญญา นอกจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้เรียนแล้ว ยังสามารถสร้างโอกาสในการเลือกประกอบอาชีพได้อีกด้วย


