‘นฤมล’สั่งทบทวนเกณฑ์ย้ายครูTRS หลังถูกโวยไม่ยืดหยุ่น-ทำเสียสิทธิอื้อ
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ยื่นขอย้ายผ่านระบบTeacher Rotation System (TRS) ของ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่ต้นปี2568 ซึ่งพบว่า มีหลายกรณีที่ทำให้ครูเสียสิทธิในการย้าย โดยเฉพาะการย้ายกรณีปกติ ตามคำร้องของผู้ขอย้าย หรือแม้กระทั่งการย้ายตามโครงการครูคืนถิ่น ซึ่งมีอัตราความสำเร็จในการย้ายกลับบ้านเพื่อไปดูแลครอบครัวน้อย
“ดิฉันได้มอบหมายให้สำนักงานก.ค.ศ.ไปทบทวนระบบดังกล่าวแล้วเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของครูมากขึ้น ทั้งนี้ การย้ายครูผ่านระบบTRS ถือว่ามีส่วนสำคัญในการป้องกันและสกัดกั้นการทุจริตที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเคยมีข้อครหาในเรื่องการเรียกรับเงินจากครูที่ต้องการย้ายในอัตราที่สูงถึงกิโลเมตรละแสนบาท การมีระบบนี้จึงช่วยสร้างความโปร่งใส ลดการใช้เส้นสายและการทุจริต แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบใหม่นี้แม้จะมีข้อดี แต่ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะความไม่ยืดหยุ่นของกระบวนการพิจารณาการในหลายกรณี จึงมองว่าจำเป็นจะต้องเพิ่มความยืดหยุ่นให้มากขึ้น เช่น การพิจารณาขอย้ายจะต้องใช้มิติอื่น ๆ เข้าไปเสริม ในรูปแบบของการใช้ดุลยพินิจด้านอื่น ๆ เข้าไปมีส่วนในการพิจารณาด้วย”นางนฤมล กล่าว
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงานก.ค.ศ.อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบ TRS และจะเปิดให้ครูสามารถยื่นขอย้ายในระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ได้ในรอบถัดไป โดยเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ครูที่ต้องการย้ายมีโอกาสสำเร็จในการย้ายมากยิ่งขึ้น และสามารถกลับไปปฏิบัติการสอนในพื้นที่ที่ตรงตามความต้องการได้อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการย้ายครู ผ่านระบบTRS เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยใช้กับการยื่นคำร้องขอย้าทั้งกรณีปกติ ได้แก่ การย้ายตามคำร้องของผู้ขอย้าย,การย้ายกรณีพิเศษ อาทิ การย้ายตามคำร้องขอย้ายเนื่องจาก ติดตามคู่สมรส เจ็บป่วยร้ายแรง ถูกคุกคามต่อชีวิตเพื่อดูแลบิดามารดา และการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ครอบคลุมการย้ายข้าราชการครูในสังกัดศธ. มีเป้าหมายเพื่อลดภาระงานด้านเอกสารทั้งจากตัวผู้ขอย้ายเอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการแล้ว การนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการประมวลผลยังจะช่วยปิดช่องว่างในการเรียกรับผลประโยชน์ในการย้าย

