หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (363) 成语故事(三六三)

27.09.25 | 14:39 น.

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 釜底抽薪 fǔ dǐ chou xīn (ฝู ตี่ โชว ซิน)  โดยคำว่า

釜 fǔ   (ฝู่/ฝู)  แปลว่า  หม้อ

底 dǐ   (ตี่)   แปลว่า  ใต้ ข้างล่าง

抽  chōu (โชว)  แปลว่า  ดึงออก ชักออก

薪  xīn    (ซิน)   แปลว่า  ฟืน

Advertisement

เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ชักฟืนใต้เตาไฟออก ซื่งสื่อไปในทางการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่ก็มีความหมายที่สื่อไปในทางลบได้ คือการลอบทำลายผลประโยชน์ของฝ่ายตรงข้าม  สุภาษิตคำนี้เป็นหนึ่งในสามสิบหกกลยุทธ์การศึกของจีนแต่โบราณ แต่ในนิทานสุภาษิตฉบับนี้จะขอนำเสนอการนำคำนี้ไปในเหตุการณ์เชิงบวกที่ไม่เกี่ยวกับการศึก  มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน

จีนในยุคราชวงศ์ฮั่นที่ปกครองจีนอย่างยาวนานสี่ร้อยกว่าปีนั้น แน่นอนว่าไม่อาจราบรื่นไปเสียหมด ตลอดยุคสมัยของราชวงศ์ฮั่นมีการก่อการแข็งข้อโดยเหล่ากลุ่มชาติพันธุ์นอกด่าน และมีการก่อการกบฏโดยเจ้าเมืองนครรัฐต่าง ๆ ซึ่งเจ้าเมืองเจ้านครรัฐเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนสืบเชื้อสายมาจากตระกูลหลิว ซึ่งเป็นตระกูลปกครองราชวงศ์ฮั่นนั่นเอง

ครั้งหนึ่ง มีเหล่าเจ็ดเจ้าผู้ครองนครรัฐก่อการกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจศูนย์กลาง หนึ่งในนั้นมีเจ้าเมืองอู๋吴王 Wú wánɡ  (อู๋หวัง) นามว่าหลิวปี้ 刘濞 Liú Bì  การก่อการแข็งข้อในครั้งนี้ พวกเขามีความต้องการกดดันศูนย์กลางอำนาจเพราะไม่พอใจนโยบายของราชสำนัก แต่ที่ปรึกษาของหลิวปี้นามว่า เหมยเฉิง 枚乘Méi Chénɡ ได้คัดค้านการก่อการครั้งนี้อย่างหนัก โดยในจดหมายเตือนหลิวปี้มีใจความประมาณนี้

“มีคนหนึ่งกลัวเงาของตนเอง รังเกียจรอยเท้าของตนเอง จึงหาทางด้วยการเดินถอยหลัง แต่นั่นมันทำให้รอยเท้ายิ่งมากขึ้นและเงายิ่งเด่นชัดขึ้น เช่นนี้แล้วแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ไม่สู้ไปอิงอยู่ในที่ร่มแล้วหยุดนิ่ง ก็จะไม่มีเงาและรอยเท้าอีก  หากเราไม่อยากให้คนอื่นได้ยินเสียงของเรา  เราก็หยุดพูดเอง  หากเราไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องเรา เราก็ต้องไม่พูดเรื่องนั้นขึ้นมาเอง  หากอยากให้น้ำร้อนเย็นลง แต่ถ้าหากอีกคนหนึ่งกลับเติมฟืนก่อไฟต้มน้ำ ถึงจะมีคนอีกเป็นร้อยคนคอยตักน้ำเดือดออกจากหม้อแล้วเทน้ำเย็นกลับเข้าไป เพื่อหยุดการเดือดของน้ำและทำให้น้ำเย็นลง ก็ไร้ประโยชน์ เช่นนี้แล้วยังไม่ง่ายกว่าหรือ แค่เพียงเราหยุดเติมฟืนแล้วดับไฟในเตาเสีย  ปัญหาบ้านเมืองในวันนี้ หากไม่รู้จักแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่กลับคิดแต่เรื่องเล็กน้อย ก็ย่อมไม่มีประโยชน์เลย

อีกทั้งยังกล่าวว่า: “การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ แม้ช่วงแรกจะไม่เห็นว่ามันเติบโตสูงใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็ต้องโตขึ้น การสั่งสมคุณธรรมความดี แม้ช่วงแรกจะไม่เห็นผล แต่สุดท้ายย่อมมีประโยชน์ การละทิ้งความซื่อสัตย์และหลักเหตุผล แม้ช่วงแรกจะไม่เห็นโทษ แต่สุดท้ายก็จะนำความพินาศมาให้

ข้าพเจ้าหวังว่าพระองค์จะคิดให้รอบคอบก่อนลงมือทำ เรื่องเหล่านี้เป็นหลักความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนับร้อยนับร้อยปี

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เจ้าเมืองอู๋ไม่รับฟังคำทูลของเขา เหมยเฉิงจึงลาออกจากราชการเมืองอู๋ไป ส่วนการแข็งข้อของเจ็ดเจ้าเมือง สุดท้ายก็ถูกปราบปรามอย่างราบคาบ

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:从根本上解决问题,也指暗中进行破坏。

成語比喻:從根本上解決問題,也指暗中進行破壞。

Chénɡyǔ bǐyù:Cónɡ ɡēnběn shànɡ jiějué wèntí, yě zhǐ ànzhōnɡ jìnxínɡ pòhuài.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  ฉง เกินเปิ่น ฉั้ง เจี่ยเจว๋ เวิ่นถี, เหย จื่อ อั้นโจง จิ้นสิง พั่วไฮว่

สุภาษิตเปรียบว่า การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งยังหมายถึงการลอบทำลายอย่างลับ ๆ อีกด้วย

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

老板的釜底抽薪之计,彻底解决了员工的矛盾问题,获得了巨大的成功。

老板的釜底抽薪之計,徹底解決了員工的矛盾問題,獲得了巨大的成功。

Lǎobǎn de fǔdǐchōuxīn zhī jì, chèdǐ jiějué le yuánɡōnɡ de máodùn wèntí, huòdéle jù

dà de chénɡɡōnɡ.

เหลาป่าน เตอะ ฝูตี่โชวซิน จือ จี้, เช่อตี่ เจี่ยเจว๋ เลอะ หยวนกง เตอะ เหมาตุ้น เวิ่นถี, ฮั่วเต๋อ เลอะ จวี้ต้า เตอะ เฉิงกง

กลยุทธ์ของเจ้านายในการชักฟืนออกจากเตา สามารถแก้ไขความขัดแย้งระหว่างพนักงานได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นความสำเร็จอย่างมาก