นักวิชาการ ชี้ช่องโหว่ ปั่นยอดนร. ระบบเอกสารหละหลวม เกณฑ์ย้าย-ระบบวิทยฐานะเปิดช่อง ทุจริตขายอัตราว่าง จี้ศธ.แก้ปัญหา
กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลกล่าวอ้างว่า โรงเรียนบางแห่งในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 อาจมีพฤติกรรม ปั่นยอดจำนวนนักเรียน โดยการเคลื่อนย้ายนักเรียนเข้า–ออกชั่วคราว เพื่อให้จำนวนถึงเกณฑ์และนำไปใช้ในการคำนวณอัตรากำลังครูเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการจัดสรรบุคลากรครูและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน โดยล่าสุด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งตั้งคณะกรรมการกลาง ของศธ. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มอบหมายให้นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการกพฐ. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาและนักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ มาจากหลายสาเหตุ 1.เงินอุดหนุนรายหัวที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักเรียนในโรงเรียน 2.การแบ่งขนาดโรงเรียน เล็ก กลาง ใหญ่ และใหญ่พิเศษ ซึ่งกำหนดจำนวนนักเรียน เชื่อมโยงกับการเขียนคำร้องขอย้ายของผู้บริหารโรงเรียนที่ในปัจจุบันจะให้ผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเดียวกันได้มีสิทธิย้ายก่อน ดังนั้นบางกรณีอาจมีการ ปั่นจำนวนนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเลื่อนขึ้นอีกขนาดหนึ่งและเปิดสิทธิให้ผู้บริหารสามารถย้ายหรือขอเลื่อนตำแหน่งไปยังโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงเกณฑ์การให้คะแนนในการขอย้ายหากโรงเรียนที่บริหารอยู่มีจำนวนเด็กที่เพิ่มมากขึ้น กว่าปีก่อนก็จะทำให้ได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น ในทางกลับกันหากมีจำนวนเด็กลดลงจากปีก่อนก็จะทำให้คะแนนในส่วนนี้ลดลงเช่นกัน
“จากสาเหตุในข้อที่ 2 ทำให้ส่วนใหญ่การปั่นจำนวนนักเรียนจะเกิดขึ้นกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มากกว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เนื่องจากมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากผู้อำนวยการบางส่วนที่บรรจุเข้ามาและต้องการย้ายไปโรงเรียนขนาดที่ใหญ่ขึ้นจึงต้องใช้วิธีการปั่นตัวเลขขึ้นมา ทั้งนี้ยังมีเรื่องของการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพราะหากอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่จะสามารถทำผลงานได้ง่ายขึ้นและไปสู่วิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญได้มากกว่าการทำผลงานกับโรงเรียนขนาดเล็ก”นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า 3.อัตรากำลังครูของโรงเรียน ขึ้นอยู่กับจำนวนของเด็กของโรงเรียนนั้นๆทำให้อาจมีการปั่นยอดขึ้นมาเพื่อแลกกับการทุจริตขายอัตราที่ว่างเพิ่มขึ้นมาจากจำนวนเด็กที่มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในจำนวนโรงเรียนที่อัตรากำลังครูขาดไม่มากเพราะสามารถทำได้ง่ายกว่า ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่มีส่วนทำให้เกิดการทุจริตในลักษณะนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำที่ไร้จรรยาบรรณ ขาดคุณธรรม และเป็นการทุจริตที่ไม่ต่างจากการโกงเงิน ฉะนั้นทางส่วนกลางต้องเด็ดขาดในการแก้ปัญหาในเรื่องของการแบ่งขนาดโรงเรียน เกณฑ์การย้ายต่างๆให้ชัดเจนและไม่เอื้อต่อการปั่นจำนวนนักเรียน
“ปัญหาที่เกิดขึ้นผมคิดว่าไม่ควรจะมาถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะควรจบปัญหาได้ตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ฯ ซึ่งก็มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯคอยกำกับดูแลอยู่แล้ว และต้องรู้การเคลื่อนไหวของโรงเรียนในกำกับ สิ่งที่กังวลคือ ประเด็นเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้างของศธ.ตอนนี้ทั้งนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ.และ เลขาธิการกพฐ.ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้กันทั้งคู่ อาจ
ถูกมองว่าเป็นการทำงานที่ก้าวก่ายและซ้ำซ้อน”นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าช่องโหว่ที่เอื้อและทำให้เกิดการปั่นยอดนักเรียนมาจากความบกพร่องด้านงานเอกสารที่จะต้องมีการแจ้งยอดในทุกๆปี ซึ่งอาจจะเกิดจากการตรวจสอบที่หละหลวมจนเป็นช่องว่างให้เกิดการทำทุจริตลักษณะนี้ขึ้น โดยจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะในเอกสารเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่าการทุจริตในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่พื้นที่เดียวอย่างแน่นอน

