‘พิเชฐ’ถกผู้บริหารสพฐ. ขับเคลื่อนคุณภาพศึกษา–สร้างขวัญกำลังใจครู สั่งซ่อมบ้านพักครูทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือภารกิจงานสำนักและหน่วยงานต่างๆภายในสพฐ.ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อวางทิศทางคุณภาพการศึกษาและการสร้างขวัญกำลังใจ รวมถึงสร้างความปลอดภัยทุกมิติให้แก่นักเรียนและผู้บริหารโรงเรียน อีกทั้งได้กำชับนโยบายเร่งด่วนของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบซึ่งสพฐ.จะจัดงบประมาณดูแลซ่อมแซมช่วยเหลือต่อไป
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการปรับปรุงบ้านพักครูตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการศธ. ที่ได้ลงพื้นที่ตรวจบ้านพักครูที่จ.บุรีรัมย์ พบว่า บ้านพักครูมีสภาพทรุดโทรมไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม โดยตนได้มอบหมายนางภัทริยวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการกพฐ.ไปดำเนินการติดตามเรื่องนี้แล้ว โดยล่าสุดได้ประชุมร่วมกับการเคหะแห่งชาติ เพื่อวางแนวทางพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครู โดยจะสำรวจและจัดลำดับแบ่งตามกลุ่มความเร่งด่วน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณนี้ทันที รวมถึงจะมีโครงการสวัสดิการครูสำหรับครูที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองที่จะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติด้วยเช่นกัน
“ส่วนการปรับเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะนั้น ขณะนี้ได้วางแผนกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แล้วตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการศธ.ที่ระบุว่า การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของครูควรมีความหลากหลาย และมุ่งเน้นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นการโยกย้ายครูและการสอบบรรจุครูนั้น ผมได้ย้ำในที่ประชุม และกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่า การดำเนินการในประเด็นดังกล่าวจะต้องไม่มีการเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ใดใดเกิดขึ้นซึ่งหากพบผมจะไม่ปล่อยไว้และจะจัดการดำเนินการอย่างเด็ดขาดแน่นอน”นายพิเชฐ กล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการสอบสวน การปั่นยอดนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มหาสารคาม เขต 1 นั้น ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดในเร็วๆนี้ และสำหรับครูที่บรรจุเข้ามาโดยการปั่นยอดนั้นทางสพฐ.ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นและจะมีการดำเนินการในภายหลังอีกครั้ง
“ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นเรื่องการสร้างโอกาสและคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพที่ไม่อยากให้มีการวัดและประเมินผลผู้เรียนแบบจัดลำดับว่าใครได้ที่หนึ่งหรือที่โหล่ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน โดยสพฐ. ได้รับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการศธ.มาดำเนินการแล้วและกำชับไปยังเขตพื้นที่ว่าให้ปรับวิธีการวัดและประเมินผลของผู้เรียนตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน อย่างไรก็ตามในส่วนของการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ผมได้มอบหมายสำนักวิชาการไปวางแนวทางปรับกระบวนการการสอนให้การเรียนวิชาดังกล่าวเป็นการเรียนแบบเชิงลึก เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยอย่างถูกต้อง” นายพิเชฐ กล่าว

