‘สมเด็จช่วง’ลั่นไม่เอาผิดผู้จาบจ้วง พศ.มั่นใจ’วัดปากน้ำ’ ไม่ผิดปมรถหรู

29.02.16 | 17:29 น.

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่อาคารหอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ. กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า มส.ได้รับทราบตามที่มอบหมายให้วิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ไประดมความคิดเห็น เรื่องปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ตามที่อดีตคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เสนอแนวทางปฏิรูป 4 ด้านไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ครม.ได้มอบให้ พศ.นำไปศึกษา ซึ่งที่สุดได้มีการประชุมและสรุปแนวทางปฏิรูปฯออกมา 6 ด้านและ 1 องค์ประกอบ โดยที่ประชุม มส. วันนี้เห็นชอบให้แต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นเป็นประธานรับผิดชอบการปฏิรูปฯแต่ละด้าน และให้ประธานแต่ละด้านไปตั้งกรรมการ 5-15 รูป/คน และเสนอรายชื่อกรรมการแต่ละชุดให้มส.พิจารณาในการประชุม มส.ครั้งถัดไป

นายชยพลกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีเอกสารรวบรวมข้อมูลระหว่างฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านการเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ทูลเกล้าฯเป็นสมเด็จพระสังฆราช ถูกนำไปเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนและระบุว่าเป็นเอกสารจาก พศ.นั้น ขอยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ของ พศ. ส่วนกรณีของรถยนต์โบราณที่อยู่ในครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่านำเข้าและจดประกอบผิดกฎหมายนั้น พศ.ได้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับรถยนต์และประสานไปยังฝ่ายกฎหมายของวัดปากน้ำ เพื่อศึกษาข้อมูลแล้ว เชื่อมั่นว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ผิด เพราะท่านเป็นแค่ผู้รับ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการซื้อขาย ส่วนกรณีที่มีผู้จาบจ้วง หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสมทางโซเชียลมีเดียพาดพิงพระเถระผู้ใหญ่และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เรื่องดังกล่าว พศ.เคยแนะนำให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ฟ้องร้องเอาผิดต่อผู้จาบจ้วง แต่ท่านบอก พศ.ว่าไม่ให้ดำเนินการอะไร ท่านมอบให้เป็นเรื่องของกรรม โดยกล่าวว่า “กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องสนอง” ไม่ขอเอาความใดๆ

ชยพล พงษ์สีดา