ห่วงฟื้น ‘ว.ประจักษ์’ เกิดปัญหาซ้ำซาก ครูมุ่งล่ารางวัล-ทำการศึกษาไทยตกต่ำ จี้่ ‘ก.ค.ศ.’ ทบทวน

14.10.25 | 11:12 น.

ห่วงฟื้น’ว.ประจักษ์’เกิดปัญหาซ้ำซาก ครูมุ่งล่ารางวัล-ทำการศึกษาไทยตกต่ำ จี้่’ก.ค.ศ.’ทบทวน

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะอดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีแนวคิดนำผลงานเชิงประจักษ์มาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยาฐานะได้ หรือที่เรียกที่ว่า ว.ประจักษ์ กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง โดย สำนักงานก.ค.ศ. อยู่ระหว่างทบทวนข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำมาปรับใช้ เพิ่มความหลากหลายในการประเมินวิทยฐานะนั้น ส่วนตัวคงให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้ แต่สำนักงานก.ค.ศ. ต้องไปทบทวนข้อดี ข้อเสีย และต้องนำเสนอตัวเลขที่ถูกต้อง กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาความเหมาะสมว่าจะนำมาใช้ในรูปแบบใด

นายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ แต่ต้องนิยามคำว่าผลงานเชิงประจักษ์ใหม่อีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต จนทำให้เกณฑ์ดังกล่าวถูกยกเลิกไป โดยเฉพาะกรณีการกำหนดให้ผลงานที่นำมาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะนั้น ต้องได้รับรางวัลระดับชาติ ของหน่วยงานต้องสังกัด ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงานก.ค.ศ.

“การใช้รางวัลระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ผู้บริหาร หรือครู ให้ความสำคัญกับการล่ารางวัล เพื่อนำมาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ จนละเลยการพัฒนาการเรียนการสอน เกิดผลกระทบกับการจัดการศึกษา ขณะเดียวกันยังสร้างภาระให้กับตนเอง สถานศึกษา และผู้เรียนเพราะการล่ารางวัลเหล่านี้ก็จะเบียดบังเวลา จัดการเรียนการสอร ดังนั้น หากจะนำกลับมาใช้จริง ควรมีการนิยามผลงานเชิงประจักษ์ใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้”นายสุรวาท กล่าว

นายสุรวาท กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คำว่าผลงานเชิงประจักษ์ ควรจะเป็นผลงานที่ผู้ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะทำให้เกิดผลกับโรงเรียน เช่น ผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ที่สามารถดูแลบุคลากร นักเรียน จำนวนมากได้อย่างดีเยี่ยม สร้างความรักความสามัคคี ส่งเสริมขวัญกำลังใจของครู ไม่มีการถูกร้องเรียนใดๆ สามารถผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพไปสู่สังคมได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรางวัล แต่เห็นชัดว่าเป็นผลงานที่ทำให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง

Advertisement

“การนิยามผลงานเชิงประจักษ์ในรูปแบบนี้อาจทำให้เกิดข้อครหา ว่าการประเมิน มีความลำเอียง ดังนั้นต้องมีตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ เช่น การสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครอง ว่าคิดอย่างไรกับผู้บริหาร โดยเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปคิดวิธีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ หากเปลี่ยนคำนิยามของผลงานเชิงประจักษ์ มาเป็นรูปแบบดังกล่าว” นายสุรวาท กล่าว