เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายพิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของสำนักงานสกสค. ทำให้เห็นปัญหาที่ทำให้องค์การค้าฯ ประสบกับสภาวะขาดทุน ขาดสภาพคล่องแต่ก็เห็นช่องทางในการฟื้นฟูองค์การค้าฯ โดยมีทั้งมาตรการอุดรูรั่ว ซึ่งได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว เช่น ตรวจสอบพบว่า พนักของบริษัท ที่เข้ามารับจ้างทำความสะอาดภายใน องค์การค้าฯ มีการขอเบิกค่าล่วงเวลาหรือโอทีจากองค์การค้าฯ แทนจะเบิกจากบริษัทตัวเอง นอกจากนี้ยังมีมาตรการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยตรวจสอบพบว่า อดีตผู้บริหารองค์การค้าฯ ได้มีการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับทางธนาคาร 4 แห่ง เป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์การค้าฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารเพื่อขอเปลี่ยนจากตั๋วสัญญาใช้เงิน มาเป็นสัญญาเงินกู้ระยะยาว ซึ่งจะลดดอกเบี้ยลงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ4 จากปัจจุบันที่ต้องเสียดอกเบี้ย ประมาณร้อยละ 6-8
“ปัจจุบันองค์การค้าฯ ต้องจ่ายดอกเบี้ยตั๋วสัญญาใช้เงินให้กับธนาคารทั้ง 4 แห่งประมาณเดือนละ 11 ล้านบาท หากธนาคารยอมเปลี่ยนมาเป็นสัญญาเงินกู้ระยะยาวจะลดดอกเบี้ยลงได้ไม่น้อยกว่าถึงเดือนละมากกว่า 4 ล้านบาท น่าจะได้คำตอบจากธนาคารทั้ง 4 แห่งในเดือนพฤษภาคมนี้”นายพิษณุกล่าวและว่า ส่วนกรณีที่มีคำสั่งศาล ให้องค์การค้าฯ จ่ายเงินค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ยให้แก้พนักงานองค์การค้าฯ 2,441 คน เป็นกว่า 1,200 ล้านบาท นั้น ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อขอกู้เงินมาจ่ายให้กับพนักงาน แต่จะต้องเสนอให้คณะกรรมการสกสค. พิจารณา ว่าจะใช้หลักทรัพย์ใดมาค้ำประกัน ดังนั้นอยากให้ทุกคนสบายใจว่า จะได้เงินคืนแน่นอน

