‘นฤมล’ ถกปัญหาอาชีวะเอกชน ย้ำยินดีสนับสนุนการสร้างฝีมือชน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้แทนสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ มีผู้แทนสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้าร่วม
นางนฤมลกล่าวว่า ต้องการรับฟังปัญหาของหน่วยงานและผู้ปฏิบัติ ก่อนที่จะกำหนดนโยบายด้านการศึกษาอะไรออกไป และที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่ ศธ. พบว่ายังมีสิ่งที่ต้องการจะผลักดันให้สำเร็จหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการศึกษาในระดับชาติ, การส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยผลักดันการจัดตั้งสหกรณ์กลาง เพื่อรวมหนี้ครูไว้ที่เดียว และให้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ การปรับหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อขอมี/เลื่อนวิทยฐานะอย่างเหมาะสม การปรับปรุงบ้านพักครู เป็นต้น

“วันนี้ได้มีการหารือร่วมกันถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของสมาคมหลายประเด็น เช่น ด้านรายได้ของโรงเรียน/วิทยาลัยของอาชีวะเอกชน ในส่วนที่มาจากเงินบริจาคของสถานประกอบการ ตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 768) พ.ศ.2566 ที่ระบุให้นิติบุคคลได้รับการลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาคให้แก่สถานศึกษา ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ส่งผลให้สถานประกอบการบริจาคน้อยลง รวมทั้งปัญหาผู้เรียนลดลง และด้านกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดของวิทยาลัย/โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน เปิดการเรียนการสอนในระดับ ปวช. และ ปวส. ด้วยแผนจัดการเรียนการสอนได้ไม่หลากหลายเหมือนสถานศึกษาอาชีวะของรัฐ เช่น หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาทางไกลออนไลน์ และการใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit bank)” นางนฤมลกล่าว
นางนฤมลกล่าวต่อว่า ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาแก่สถานศึกษาเอกชนโดยเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องข้อจำกัดด้านการเปิดหลักสูตร/แผนจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาอาชีวะเอกชน สามารถดำเนินการได้ก่อน โดยมอบหมายให้ สอศ.พิจารณาระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับสถานศึกษาอาชีวะเอกชน จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนร่วมด้วย

