เร่งปรับระบบย้ายครูก่อนม.ค.69 ‘ก.ค.ศ.’ยันฟื้นว.ประจักษ์โฉมใหม่โละเกณฑ์ว13
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า กรณีว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ชะลอการพิจารณาย้ายข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านระบบ TRS เพื่อปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นนั้น ที่ผ่านมาสำนักงานก.ค.ศ.เปิดให้มีการยื่นคำร้องขอย้ายผ่านระบบTRS มาแล้ว 2 รอบ และการย้ายในรอบล่าสุด เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งไม่มีการชะลอการดำเนินการและได้มีการดำเนินการไปตามปกติ แต่ในรอบถัดไปซึ่งจะเปิดให้ยื่นคำร้องขอย้ายในเดือนมกราคม 2569 จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เป็นไปตามนโยบายของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อให้ครูสามารถย้ายได้ตามความประสงค์อย่างต่อเนื่อง
นายธนู กล่าวต่อว่า ในส่วนของการฟื้นว.ประจักษ์ ที่จะดำเนินการนั้น จะไม่ใช่ ว13/2556 หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญเดิม แนวทางของรัฐมนตรีว่าการศธ.ที่ให้ไว้คือ ผู้ที่จะทำผลงานเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะในระดับที่สูงขึ้นนั้น ขอให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับบริบทของแต่ละส่วนราชการ เบื้องต้น ได้ปรับสัดส่วนคณะกรรมการอ่านผลงาน โดยสำนักงานก.ค.ศ.เปิดให้ส่วนราชการเสนอชื่อเข้ามา เพื่อนำเข้าระบบ ส่วนการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะเชี่ยวชาญขึ้นไป เดิมเน้นไปที่ผลงานวิชาการที่เป็นงานวิจัย ก็ขอให้ปรับโดยใช้ผลการบริหารงานเชิงประจักษ์ที่มีความชัดเจน เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก โดยขอให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อสรุป ไม่ใช่ยกว13 เดิมมาใช้ทั้งหมด เพียงแต่จะเป็นรูปแบบใด ยังไม่ได้ข้อสรุป
“ที่ผ่านมาการใช้ผลงานเชิงประจักษ์ในการประเมินอาจจะเน้นรางวัลมากเกินไป ฉะนั้นในตอนนี้จะมีการพูดคุยหารือเพื่อให้นำผลงานด้านบริหารที่เห็นผลเข้ามาใช้แทน ซึ่งจะต้องทำการพูดคุยกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเลือกที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ขอวิทยฐานะมากที่สุด” เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าว

