‘นฤมล’ ชู อาชีวะ-สกร. หัวใจหลักแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบ สั่งช่วยดึงเด็กดร็อปเอาต์กลับเข้าเรียน

17.10.25 | 13:02 น.

‘นฤมล’ ชู อาชีวะ-สกร. หัวใจหลักแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบ สั่งช่วยดึงเด็กเข้าเรียน เร่งตั้งสหกรณ์กลางฯ แก้หนี้ครู ดอกเบี้ยเริ่ม0%

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 9.00 น. ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้แก่ นายวิทวัต ปัญจมะวัต ,นายสง่า แต่เชื้อสาย ,นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ตลอดจนคณะที่ปรึกษา ผู้บริหาร สอศ.จากส่วนกลาง และผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชนจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

โดยนางนฤมล กล่าวว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลศธ. ย้ำมาตลอด ว่าอยากให้ช่วยยกระดับอาชีวศึกษา ให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้เห็นว่าอาชีวะสามารถเป็นทางเลือก ในการเข้าศึกษาต่อ ไม่อยากให้เด็กเน้นเข้าเรียนเฉพาะสายสามัญ เพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น ในส่วนของศธ. เองก็มีนโยบายที่จะผลักดันเรื่องดังกล่าว ทั้งการประชาสัมพันธ์หรือจัดโครงการเพื่อจูงใจให้เด็กเข้ามาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกัน ตนยังได้ฝากเลขาธิการกอศ. และผู้บริหารทุกคน ให้เข้าไปมีส่วนในการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ โดยจากนี้ต้องไปดูว่า จะทำอย่างไร ที่จะดึงเด็กนอกระบบ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาภารกิจที่ผ่านมาอาจจะไปฝากไว้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นหลัก แต่จากนี้สอศ. และกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) จะเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะ การเรียนอาชีวะ ช่วยให้เด็กมีงานทำ ไม่ใช่มาเรียนแต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ขอแค่ได้วุฒิการศึกษาะท่านั้น

“ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ดิฉัน ได้หารือกับนายยศพล และอยากเข้าไปช่วยดูแลพวกเราชาวอาชีวะให้ได้รับการสนับสนุนในเรื่องต่างๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตรากำลังที่ยังขาดแคลน ทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอนที่ยังไม่เพียงพอ ดิฉันก็ขอรับปากว่าจะช่วยผลักดัน เพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนเรื่องการประเมินวิทยฐานะสิ้นเดือนตุลาคมนี้น่าจะได้เห็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่เป็นรูปธรรม โดยจากนี้ผู้ประเมินจะต้องมาจากอาชีวะ รวมถึงจะเพิ่มช่องทางการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น และจากนี้หลักเกณฑ์ต่างๆต้องมาจากทางอาชีวะ โดยมีเป้าหมาย ให้ครูอาชีวะทุกคนมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ มีรายได้เพิ่ม ถือเป็นความภาคภูมิใจในการทำงาน สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาหนี้สินได้ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา”นางนฤมล กล่าว

Advertisement

นางนฤมล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามความทุกข์ของคนเป็นหนี้ส่วนหนึ่ง คือ ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในอัตราที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับเป้าหมายในการจัดตั้งสหกรณ์ คือ การนำดอกเบี้ยไปช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่กลับกลายเป็นหวังเงินปันผล ทำให้ระบบสหกรณ์มีความบิดเบี้ยว ทั้งที่ไม่มีความเสี่ยงหนี้สูญ เพราะสหกรณ์จะตัดเงินเดือนครู เพื่อชำระหนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นจึงไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเก็บดอกเบี้ยสูง บางแห่งสูงถึง 7% ทั้งหมดนี้เป็นความจริง ที่ผ่านมา จึงมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดตั้งสหกรณ์กลาง ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) โดยมีวงเงินกว่า 1 แสนล้าน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเตรียมเสนอ คณะรัฐมนตรี( ครม.) ของบเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ย เพื่อจูงใจให้ครูที่อยู่ในสหกรณ์จังหวัดต่างๆโอนหนี้มาอยู่สหกรณ์กลางฯ ปีแรก ดอกเบี้ย 0% ปีที่สอง 1% ปีที่สาม 3% ไปจนถึงปีที่5 ไปจบที่ไม่เกิน 4% หากมีการแก้ปัญหาในส่วนนี้แน่นอนว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อม สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ต้องลดดอกเบี้ยลง เพื่อรักษาสมาชิก ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดความเป็นธรรมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา

“ดิฉันจบการเงินมาและเห็นชัดเจนว่าดอกเบี้ยสูงขนาดนี้ไม่มีความเป็นธรรมและสวนทางกับรายได้ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงครูอาชีวะ เปรียบเหมือนพ่อแม่คนที่สองของเด็กหากพ่อแม่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างมีความสุข มีความกังวลเรื่องภาระหนี้สิน แล้วจะเอากำลังใจที่ไหนไปดูแลเด็ก”รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่อยากฝากไว้คือการเดินหน้า เสนอร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. เข้าสู่การพิจารณาของครม. ซึ่งตนได้เสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลน.ส.แพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่มีการเปลี่ยนรัฐบาลจึงต้องทำการยืนยันร่างเดิมเข้าไปอีกครั้ง โดยคาดว่า จะได้เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาโดยเร็ว ทั้งนี้ปัจจุบัน มีร่างพ.บ.บ.การศึกษาฯ ที่เตรียมเสนอให้สภาฯ พิจารณาทั้งหมด 8 ฉบับ รวมถึงฉบับขอศธ. ที่รอเข้าสู่ดารพิจารณาของครม. หากครม. เห็นชอบ จะช่วยปลดล็อคการพัฒนาต่างๆ ให้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสเส้นทางความก้าวหน้าให้กับอาชีวะมากยิ่งขึ้น

“ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลศธ. จะพูดกับดิฉันเสมอว่า อาชีวะมีความสำคัญ ดังนั้นต้องทำให้ อาชีวะเป็นพระเอกให้ได้ อย่าไปเน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานมากเกินไป ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วย และควรมีการสงเสริมให้เด็กเลือกเรียนสายอาชีพ และสายสามัญอย่างเท่าเทียม ไม่ควรจะไปกำหนดว่าสายสามัญดีกว่า และต้องช่วยกันเปลี่ยนค่านิยมผู้ปกครองที่อยากให้เด็กเข้าเรียนสายสามัญ โดยช่วยกันโชว์ผลงาน และศักยภาพ ของเด็กอาชีวะ ว่าสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่า เพื่อชักจูงเด็กให้มาอยู่กับอาชีวะเพิ่มขึ้น” นางนฤมล กล่าว

ทั้งนี้ภายในงาน มีการจัดดนิทรรศการการจัดการเรียนการสอน เช่น วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น นำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาช่างอากาศยาน หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนเทียบเท่าสากล ,วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น นำเสนอความก้าวหน้าในการจัดการเรียนการสอนสาขาแฟชั่นและสิ่งทอ รวมถึงสาขาMice และEvent โดยมุ่งพัฒนาทักษะเชิงสร้างสรรค์ควบคู่กับความเป็นมืออาชีพในอุตสาหกรรม ,

วิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ นำเสนอการจัดการเรียนการสอนสาขาระบบราง เน้นการพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและความปลอดภัย เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมระบบรางที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น
นำเสนอการจัดการเรียนการสอนในสาขาช่างสำรวจ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ครอบคลุมการสำรวจด้านโยธา ภายใต้ความร่วมมือกับ สปก. กรมที่ดิน และกรมธนารักษ์