ทูตจีน ชูสัมพันธ์ ไทย-จีน กับธรรมาภิบาลโลก ย้ำหลัก 5 ประการ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี

19.10.25 | 21:05 น.

ทูตจีน ชูสัมพันธ์ ไทย-จีน กับธรรมาภิบาลโลก ย้ำหลัก 5 ประการ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU และ China Media Group (CMG) ร่วมกันจัดงานปาฐกถาพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน หัวข้อ “ความสัมพันธ์ ไทย-จีน กับธรรมาภิบาลโลก” โดยได้รับเกียรติจาก นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นองค์ปาฐกในครั้งนี้

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มธบ.

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มธบ.กล่าวว่า ในวาระที่เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี มีความหมายอย่างยิ่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น และมั่นคงระหว่าง 2 ประเทศ ที่เติบโตบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศึกษา และเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง DPU ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทางการศึกษา ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รวมถึง ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีน และการทำงานร่วมกับสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนไทยได้เข้าใจจีนในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม เทคโนโลยี หรือเศรษฐกิจของโลกในยุคใหม่

“เชื่อว่าธรรมาภิบาลโลก เป็นแนวคิดสำคัญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน จะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการเข้าใจบทบาทของทุกคนในสร้างสรรค์ประชาคมโลกของเรา รวมถึง แนวทางสู่การพัฒนาร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืน” ดร.ดาริกากล่าว

ดร.กำพล มหานุกูล

ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน กล่าวว่า ยินดีที่ได้ร่วมจัดงานครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการสื่อสารระหว่าง 2 ประเทศ เชื่อมั่นว่าการปาฐกถาครั้งนี้จะช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับแนวคิดธรรมาภิบาลโลก มีบทบาทสำคัญในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างมิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รู้สึกภาคภูมิใจที่ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ทุกท่านจะได้รับฟังปาฐกถาอันทรงคุณค่าจากท่านเอกอัครราชทูต

Advertisement
นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถา “ความสัมพันธ์ ไทย-จีน กับธรรมาภิบาลโลก” ว่า จีน และไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี ซึ่งต่างมีความต้องการร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยในธรรมาภิบาลโลก จึงมีความสำคัญยิ่งในสถานการณ์ระหว่างประเทศปัจจุบัน เพราะธรรมาภิบาลโลกเกี่ยวข้องกับสันติภาพของมนุษยชาติ และอนาคตของโลกทั้งใบ ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่เราจะได้มาร่วมกันศึกษาให้กว้างขวางขึ้น ในปีนี้เป็นวาระครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก และการก่อตั้งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตร่วมกันของ

นายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เสนอความคิดริเริ่มธรรมาภิบาลโลก โดยมีหลักการสำคัญ 5 มิติ ได้แก่ 1.การธำรงไว้ซึ่งความเท่าเทียมทางอธิปไตยเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับธรรมาภิบาลโลก ทุกประเทศไม่ว่าจะใหญ่ หรือเล็ก รวย หรือจน ล้วนต้องได้รับความเคารพเท่าเทียมกัน มีสิทธิเลือกเส้นทางการพัฒนาของตนเอง และต้องได้รับสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในกระบวนการตัดสินใจระดับโลก ซึ่งจีนยืนหยัดคัดค้านการใช้อำนาจเหนือผู้อื่น การบีบบังคับ และการเมืองเชิงอำนาจ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางสิทธิ ความยุติธรรมทางสังคม และการพัฒนาร่วมกัน 2.การธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมระหว่างประเทศเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานของธรรมาภิบาลโลก ซึ่งกฎหมาย และกฎระเบียบระหว่างประเทศคือบรรทัดฐานร่วมของมวลมนุษย์ ทุกประเทศควรเคารพและปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ไม่ควรบิดเบือนหลักการเพื่อประโยชน์ของตนเอง

3.การธำรงไว้ซึ่งลัทธิพหุภาคีนิยมเป็นเส้นทางพื้นฐานสำหรับธรรมาภิบาลโลก ซึ่งจีนสนับสนุนการรักษาระบบระหว่างประเทศโดยมีสหประชาชาติเป็นแกนหลัก และระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศ จีนส่งเสริมความร่วมมือผ่านเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” องค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) กลไก BRICS เพื่อร่วมกันสร้างการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน 4.การยึดมั่นในแนวทางที่ยึด “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” คือ ค่านิยมของธรรมาภิบาลโลก โดยเป้าหมายสูงสุดของธรรมาภิบาลโลก คือการทำให้ประชาชนของทุกประเทศมีความสุข ความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจีนยึดแนวคิด “พัฒนาเพื่อประชาชน อาศัยประชาชน และเพื่อประโยชน์ของประชาชน” เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างความผาสุกและความมั่นคงแก่ประชาชนทั่วโลก และ 5.การยึดมั่นในแนวทางที่มุ่งเน้นการปฏิบัติจริงเป็นหลักการสำคัญของธรรมาภิบาลโลก โดยจีนเน้นการสร้าง “ชุมชนแห่งอนาคตร่วมของมนุษยชาติ” ผ่านการลงมือทำจริง เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงและความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างแท้จริง

“ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา จีน และไทย ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เคารพซึ่งกันและกัน และเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เท่าเทียม และเกื้อกูล ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ และเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาลโลก คำว่า จีน-ไทย ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันยั่งยืน ความเท่าเทียม ความร่วมมือ และการพัฒนาอย่างสันติ แนวคิดธรรมาภิบาลโลกที่ประธานาธิบดีฯ สี จิ้นผิงเสนอไว้ ได้ชี้ทิศทางที่ชัดเจน เปิดพื้นที่ใหม่ให้ความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างธรรมาภิบาลด้วยการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างมาตุภูมิที่สวยงาม และสงบสุขต่อไป” นายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา

นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ธรรมาภิบาลโลก อนาคตแห่งสันติภาพร่วมกัน” ว่า จีนเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ข่มเหง รังแก หรือครอบงำประเทศอื่น ซึ่งเป็นหลักธรรมาภิบาลตามแนวคิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง การสร้าง หรือดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีน อยู่บนแนวทาง “ร่วมหารือ ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน” เป็นความมุ่งหมายของจีน เห็นได้จากดำเนินนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางซึ่งเป็นการแบ่งปันเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน อีกทั้ง จีนถือเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทั้งทางการค้า และวัฒนธรรมไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกโดยยึดมั่นหลักการเรื่องความเสมอภาค และสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบ win-win โดยคุณธรรมต้องมาก่อนผลประโยชน์เสมอ ตนเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนจะยังคงมั่นคง และพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่องอย่างยั่งยืน