หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา สัมภาษณ์พิเศษ...

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ ดันนโยบายควิกวิน ลุยใช้ ‘เอไอ’ อัพเกรด ‘น.ศ.-ปชช.’

20.10.25 | 13:01 น.

หมายเหตุ – ‘มติชน’ สัมภาษณ์พิเศษ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนในช่วง 4 เดือน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

๐กว่า2 สัปดาห์ที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นอย่างไรบ้าง?

“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเวลาทำงานรวม 4 เดือน หรือ 120 วัน ขณะนี้ผ่านมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ เหลืออีกกว่า 100 วัน ดังนั้น ทุกคนต้องทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด ตามข้อตกลง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ดังนั้น การทำงานต้องมีไทม์ไลน์ นายอนุทินพูดชัดเจนว่า รัฐมนตรีทุกคนต้องมีแผนดำเนินการ ทุกคนต้องทำงานอย่างไม่มีวันหยุด พยายามใช้เวลาที่มีจำกัดให้มีผลงานมากที่สุด ขับเคลื่อนนโยบายหลักให้ได้ชัดเจนตามบริบทของแต่ละกระทรวง ดังนั้น กว่า 2 สัปดาห์ ผมได้มอบนโยบาย และจะคอยติดตามอยู่ตลอด

๐ปัญหาอุดมศึกษาที่ต้องเร่งแก้ไขมีเรื่องใดบ้าง?

“นักศึกษาจบไปไม่มีงานทำ ทั้งที่อัตราการว่างงานในอุตสาหกรรมต่างๆ มีมาก หมายความว่า มีการผลิตคนไม่ตรงกับงาน ตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่ต้องรีบแก้ มหาวิทยาลัยต้องออกแบบหลักสูตรให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งมีแนวคิดจะให้ผู้ประกอบการเข้ามาช่วยออกแบบหลักสูตร ทำงานใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันจะอัพสกิล รีสกิล เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน”

Advertisement

๐ต้องเน้นผลิตในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศก่อนหรือไม่?

“เทรนด์ตอนนี้คงเป็นเรื่องสะเต็ม ที่เน้นเรียนเรื่องนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งต้องจูงใจเด็กให้มาเรียนในสาขานี้เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เตรียมความพร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ นี่คือสิ่งที่ อว.จะต้องทำ”

๐ใช้ประสบการณ์ที่เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต่อยอด?

“ถือเป็นความโชคดี ที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งนำมาใช้ต่อยอดที่ อว.ได้ หลายๆ เรื่องแทบจะเป็นโครงการเดียวกัน หรือเป็นการต่อยอดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ส่งต่อให้อุดมศึกษานำไปพัฒนาต่อ ถึงแม้ผมจะไม่ใช่อาจารย์ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ หรืออะไรก็ตาม แต่ผมพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนการทำงาน

ตอนมอบนโยบาย ผมได้บอกชัดเจนว่า ผมคือนักการเมือง สิ่งสำคัญคือต้องรู้หน้าที่ตัวเอง นักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จะต้องรู้บทบาท และสิ่งใดที่ต้องทำเพื่อให้หน่วยงานที่ตนเองดูแลทำงานง่าย สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยไม่มีอุปสรรค เป็นความท้าทายที่นักการเมืองทุกคนจะต้องทำ ในครั้งที่แล้วที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เข้ามากำกับดูแล ศธ.ถึงแม้จะเป็นตำรวจมาก่อน แต่วงการครูก็ยอมรับว่าตำรวจคนนี้ก็สามารถดูแลครูได้”

๐ถือเป็นการเชื่อม การศึกษาแบบไร้รอยต่อ?

“พูดแบบนั้นก็ไม่ผิด ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยที่มีโรงเรียนสาธิตในสังกัด มีหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับ อาจต้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครู นำองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยมีไปช่วยให้แต่ละภูมิภาคได้ยกระดับการศึกษา เหมือนกับโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง ทำให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ผมเองก็ไม่อยากให้มีอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างกระทรวง เพราะ ศธ.และ อว.เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน การพัฒนาการศึกษาไปพร้อมๆ กัน โดยใช้เครือข่ายของ อว.ไปช่วยเสริมศักยภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้นจริง”

๐ต้องพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.หรือไม่?

“แน่นอน 2 กระทรวงต้องทำงานใกล้ชิดกัน ผมมีโอกาสพูดคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้วหลายครั้ง และมีทิศทางที่จะร่วมมือกันในหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องการนำอุดมศึกษาเข้ามาช่วยเหลือการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนางนฤมลเห็นด้วยว่าการทำเช่นนี้ จะช่วยยกระดับการศึกษา และสร้างคุณภาพเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนตามภูมิภาคต่างๆ ได้

๐นโยบายที่ อว.จะทำมีเรื่องอะไรบ้าง?

“โชคดีที่รัฐบาลนี้ รู้อายุการทำงานของตัวเอง ดีกว่าการไม่รู้อายุรัฐบาล และไปวางนโยบายที่กว้างซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จ นโยบายของรัฐบาลนี้จึงเน้นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นเร็ว เป็นนโยบายควิกวินที่ต้องเกิดขึ้น และเห็นภาพในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะมีเรื่องของการใช้เอไอเข้ามาเพื่อจะเพิ่มศักยภาพให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชน โดย อว.จะทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกองสลาก รวมไปถึงอีกหลายๆ หน่วยงาน เพื่อหาทุนให้ประชาชนเข้าถึงเอไอ เช่น Gemini ChatGPT นโยบายการแจกเอไอให้ประชาชนได้ใช้ เกิดขึ้นแล้วในบางประเทศ แม้ในปัจจุบันเอไอบางตัวอาจจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้ฟรี แต่เวอร์ชั่นระดับโปรที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีศักยภาพที่สูงกว่าอย่างชัดเจน ฉะนั้น อว.จึงหาช่องทางที่จะให้นักศึกษาและประชาชนได้เข้าถึงระดับโปร ถือเป็นนโยบายจากภาครัฐ

นโยบายนี้จะไม่ใช่การแจกโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ต้องมีการอบรม หรือเรียนรู้การใช้เอไอ เพื่อแลกเป็นเหรียญ หรือโทเคน นำไปใช้แลกสิทธิในการเข้าถึง เมื่อได้โทเคนมาแล้ว จะสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปใช้กับเอไอตัวไหน ซึ่งจะมีให้เลือกทุกแพลตฟอร์มตามความถนัด โทเคนเหล่านี้จะมีวันหมดอายุ หากต้องการรับเพิ่ม จะต้องไปเรียนเพิ่มเติม เพื่อเป็นการพัฒนาตัวเอง ควบคู่ไปกับสิทธิในการใช้เอไอในระดับที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้จริงในเดือนมกราคม 2569 ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนทุกคน”

“นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนภาคการเกษตร ลดต้นทุนการผลิตในโครงการ โดรนคนละครึ่ง โดย อว.จะใช้กองทุนที่มีอยู่เข้ามาช่วยลดภาระการเช่าใช้โดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ผมจะมีการประกาศเงื่อนไขการลงทะเบียน และคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเร็วๆ นี้ รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส เพิ่มในส่วนของค่าสมัครสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ TPAT ในปี 2569”

๐เท่าที่ดูนโยบาย ทำให้ อว.เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น?

“จะพูดแบบนั้นก็ได้ เวลาผมพบประชาชน แนะนำตัวว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.ชาวบ้านจะทำหน้าตาสงสัยว่าคือกระทรวงอะไร แค่นี้ก็รู้แล้วว่าชาวบ้านรู้สึกว่า อว.เป็น กระทรวงที่ไกลตัว จึงมีความตั้งใจที่อยากให้ อว.ใกล้ประชาชนมากขึ้น แน่นอนว่าเป้าหมายด้านการศึกษายังเป็นสิ่งสำคัญ แต่กระทรวงนี้ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ กองทุน ผลงานวิจัย นวัตกรรม ที่สามารถนำมาสนับสนุนประชาชนได้แทบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ รวมไปถึงความมั่นคง อว.มีเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนได้ เช่น การแจ้งเตือนภัยพิบัติ การจัดส่งดาวเทียมขึ้นไปบนอวกาศ ของดีเหล่านี้มีเยอะ แต่ประชาชนไม่รู้ว่าจะเข้ามาใช้อย่างไร

ถ้าเปิดช่องให้ประชาชนเห็นว่าสามารถเข้ามาใช้ของดีเหล่านี้ได้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศมากขึ้น และสามารถพัฒนาได้ในทุกมิติ นโยบายของรัฐมนตรีสุรศักดิ์ คือนำของดีไปให้ประชาชนรู้จัก อย่าเก็บของดีไว้บนหิ้งจนฝุ่นขึ้น และไม่เกิดประโยชน์ การช่วยลดต้นทุน การเพิ่มศักยภาพให้กับประเทศเพื่อแข่งขันกับโลก เป็นสิ่งที่ต้องทำที่สำคัญพอๆ กับการผลิตทรัพยากรมนุษย์ ฉะนั้น อว.ต้องใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นในยุคของผม

๐นายกฯ ได้ฝากงานให้ทำเรื่องใดบ้างหรือไม่?

“นายกฯ ฝากกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคน ในเรื่องการทำงาน ให้มีจุดมุ่งหมายที่ไปด้วยกัน โดยจะต้องแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งหมด 4 ภัยหลัก คือ ภัยสังคม ภัยธรรมชาติ ภัยความมั่นคง และภัยเศรษฐกิจ ฉะนั้น ทุกกระทรวงจึงต้องดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน อว.ได้เดินตามนโยบายของนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาภัยสังคม โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตรวจจับความผิดปกติต่างๆ ในส่วนของภัยธรรมชาติ อว.มีหน่วยงานในกำกับที่คอยพยากรณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น สามารถช่วยในเรื่องของระบบเตือนภัย

ส่วนภัยความมั่นคง อว.ให้ความร่วมมือกับทหารโดยการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เข้ามาช่วยเหลือภารกิจ ซึ่งตอนนี้มีการพัฒนาตัวจับโดรน และสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในพื้นที่อธิปไตยของไทย ในส่วนของภัยเศรษฐกิจก็ตามที่ได้กล่าวไป คือการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน การใช้นวัตกรรมเข้ามาเสริมรายได้ให้กับชุมชน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ อว.เดินหน้าตามนโยบายหลักของนายกฯ ในการแก้ปัญหา 4 ภัยหลัก”

๐หนักใจหรือไม่ที่ต้องมาเป็นรัฐมนตรี อว.ซึ่งมีคนเก่งจำนวนมาก?

“ผมมองในแง่ดี อว.มีแต่คนเก่ง มีศักยภาพ พร้อมเดินหน้า ฉะนั้น ต้องหาวิธีที่จะเสริมความเก่ง และสร้างศักยภาพจากความเก่งให้เยอะขึ้น ทลายข้อจำกัด อุปสรรคต่างๆ ให้คนเก่งเหล่านั้นได้ทำงานอย่างเต็มที่ในองค์ความรู้ที่ตนเองมี นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดมาตลอดว่า แต่ละองค์กรในกำกับ แต่ละมหาวิทยาลัยในหน่วยราชการ ล้วนแต่มีคนเก่ง และเข้มแข็งอย่างดี เราจะทำอย่างไรให้เขาทำงานได้ไม่สะดุด และทำให้องค์กรของพวกเขาประสบความสำเร็จตามที่ต้องการโดยไม่มีอุปสรรค

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมรำลึก และคิดเสมอว่าเป็นหน้าที่ของผม นโยบายหลักที่ผมได้มอบและได้ติดตาม ผมเชื่อว่าบุคลากรจะสามารถสนองนโยบายได้ตามข้อจำกัดของเวลา โดยการให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่”

๐ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการทุจริต?

“แน่นอน ถึงจะเป็นรัฐบาลแค่ 4 เดือน แต่ก็ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ หากพบว่าใครทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่ละเว้นแม้แต่คนเดียว หากมีข้อสงสัย หรือข้อร้องเรียนเข้ามา ทุกเรื่องต้องได้รับการตรวจสอบ ผมได้กำชับกับปลัด อว. รองปลัด อว.และผู้บริหารหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและส่วนอื่นๆ ว่าทุกเรื่องต้องมีการตรวจสอบที่โปร่งใส และผมจะใช้อำนาจในส่วนนี้อย่างเต็มที่ เพื่อลงโทษทางวินัย และทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด

เข้าใจว่าทุกวันนี้ก็ยังมีเรื่องที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ร้องเรียนเข้ามา ซึ่งทุกเรื่องผมรับเข้ามาตรวจสอบกับคณะทำงานที่จะช่วยกันอย่างจริงจัง อว.เป็นกระทรวงใหญ่ ทำให้การทำงานอาจจะมีเรื่องที่ถูกร้องเรียน และข้อครหาเข้ามา แต่ผมจะไม่ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน

๐นโยบายที่ไม่ใช่เรื่องควิกวิน เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับอวกาศ จะชะงักหรือไม่?

“แน่นอนยังทำ เรื่องอวกาศยังทำอยู่ตลอด แต่ที่ไม่ได้เน้น เพราะถ้าถามผมใน 4 เดือน จะให้พูดเรื่องนี้ อาจจะยังไม่ได้กว้าง เพราะมีเวลาจำกัด การจะวางรากฐานเรื่องของอวกาศเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา เร็วๆ นี้ จะปล่อยดาวเทียม THEOS องค์กรที่เกี่ยวข้องยังเดินหน้าต่อ ทุกโครงการที่ดียังต้องทำต่อไป ฉะนั้น ทุกอย่างไม่ได้หยุด เพียงเป็นการชูสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในกรอบระยะเวลานี้ ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล ว่าจะมีเรื่องใดถูกทิ้ง

๐การปรับหลักสูตร ต้องหารือกับมหาวิทยาลัยหรือไม่?

“เชื่อว่าทุกวันนี้มหาวิทยาลัยปรับตัว ปัญหาบัณฑิตตกงานเป็นสิ่งสะท้อน แม้ตลาดยังมีตำแหน่งงาน แต่บัณฑิตที่จบออกมา มีองค์ความรู้ ทักษะ ความสามารถไม่ตรงตามความต้องการ ดังนั้น แต่ละมหาวิทยาลัยอาจต้องให้นักศึกษาฝึกงานมากขึ้น เช่น ปัจจุบันฝึกอยู่ 1 ปี ก็ฝึกเพิ่ม เริ่มตั้งแต่ปี 2 ฝึกงานไปด้วยเรียนไปด้วย ทำให้ได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริง เพราะถ้ามีแต่วิชาการอาจไม่เพียงพอ

๐ถ้ามีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.อีกหรือไม่?

“ถ้ามีโอกาส ผมกลับมาแน่นอน ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคที่เลือกให้มาอยู่ อว.เพราะเป็นกระทรวงสำคัญ ผมเคยทำงานที่ ศธ.มาก่อน จึงพอจะมีพื้นฐานเรื่องการศึกษา ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดความต่อเนื่องได้ ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ทำงานเต็มที่ ถามตอนนี้ ถ้าให้ผมกลับไป ศธ.ผมก็กลับ แต่พอมาอยู่ที่ อว.ผมก็รัก อยู่ที่ไหนก็จะรักที่นั่น การได้เจอกับคนที่คุ้นเคยทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกอบอุ่น ทำให้รู้ว่าต้องใช้งานใครให้ถูกกับงาน

๐อยากฝาก หรือทิ้งท้ายอะไรถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง?

“พวกเราต้องร่วมมือทำงานกันอย่างเหนียวแน่น ถ้าต่างคนต่างทำ เราจะแข่งกับประเทศอื่นไม่ได้ ปัจจุบันหน่วยงานทุกภาคส่วนล้วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาไทยได้อย่างดี ภายใต้นโยบาย ผมพร้อมที่จะสนับสนุนทำให้การพัฒนาการศึกษาไทย ไปแข่งขันกับนานาชาติได้ ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือกับทุกคน คนไทยทุกคน คือเจ้าของอนาคตประเทศ ไม่ใช่รัฐบาล จึงอยากให้มาช่วยกัน”