นักวิชาการ ห่วงแจกเอไอฟรี หวังผลการเมือง ติง ‘สุรศักดิ์’ ขายฝันควิกวินเอาใจปชช.

21.10.25 | 09:00 น.

ห่วงแจกเอไอฟรีหวังผลการเมือง ติง ‘สุรศักดิ์’ ขายฝันควิกวินเอาใจปชช. แนะโฟกัสพัฒนาอุดม-ลดการหาเสียง

นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาและนักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีนโยบายที่จะให้นักศึกษา ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในระดับโปรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนั้น ส่วนตัวเข้าใจว่า นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการ อว. มีความตั้งใจที่จะผลักดันนโยบายในลักษณะ Quick win หรือการเร่งดำเนินนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งโดยหลักการถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในมุมมองของตนเห็นว่า การนำเอไอมาใช้ประโยชน์ ควรให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ในระบบการบริหารและการให้บริการของภาครัฐก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่ควรมองข้ามประเด็นนี้ ก่อนที่จะขยายผลให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

“แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าฝ่าการเมืองพยายามดำเนินนโยบายเพื่อเอาใจประชาชน ซึ่งในด้านหนึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากต้องการให้นโยบายเกิดความยั่งยืนและสร้างประโยชน์สูงสุด รัฐมนตรีว่าการ อว. ควรวางแนวนโยบายอย่างเป็นระบบ แม้จะมีระยะ21เวลาในการทำงานเพียง 4 เดือนก็ตาม โดยควรใช้ศักยภาพและองค์ความรู้ที่มีอยู่ภายใน อว. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแนวทางนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการแล้ว เพราะการนำเอไอมาใช้ในการให้บริการของภาครัฐไม่เพียงช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความถูกต้องเท่านั้น แต่ยังช่วยลดช่องว่างของความผิดพลาด รวมถึงสามารถนำมาใช้ในกระบวนการตรวจสอบปัญหาการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ดังนั้นผมเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก่อนที่จะมุ่งเน้นการเอาใจประชาชนในด้านการเปิดให้ใช้เอไอเพื่อการสืบค้นทั่วไป”นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวต่อว่า หากมองในอีกมิติการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีเอไอได้ฟรี ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบในบทบาทของ อว. ที่ต้องดูแลสถาบันอุดมศึกษาเป็นหลัก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย นักศึกษา และอาจารย์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรงของกระทรวง มากกว่าการขยายไปยังประชาชนในภาพรวมที่มีขอบเขตกว้างและอาจถูกมองว่าเป็นการดำเนินนโยบายเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง

“ในขณะนี้มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะมรภ.ทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ กำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อจัดซื้อแพลตฟอร์มเอไอให้สามารถใช้ประโยชน์ได้กับบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงคณาจารย์และนักศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีได้จริงในระดับสถาบัน ดังนั้นผมจึงอยากให้ อว. หันกลับมาให้ความสำคัญกับการมอบสิทธิหรือการสนับสนุนด้านเอไอให้แก่หน่วยงานในสังกัดของอว.ก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนในส่วนของประชาชนทั่วไป ควรเน้นการนำเอไอมาปรับใช้ในการพัฒนาระบบบริการของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการสามารถได้รับประโยชร์และประสิทธิภาพมากขึ้นตามแนวทางที่ได้กล่าวไว้”นายอดิศร กล่าว

Advertisement