มรภ.ราชภัฏเพชรบุรี ผนึกกำลัง 2 จังหวัดใหญ่ ‘เพชรบุรี-ประจวบฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาท้องถิ่นยั่งยืน พร้อมรับมือ PM 2.5 และยกระดับการศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้ประสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือทางวิชาการและปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบนโยบายในการสร้างความร่วมมือทางด้านบริการวิชาการกับทั้ง 2 จังหวัด พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รวมถึงผู้บริหาร ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนเข้าร่วม

นายกสภามหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และแสดงความชื่นชมคณะทำงานที่ได้ขับเคลื่อนงานจนมหาวิทยาลัยฯ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของประเทศ 4 ปีซ้อน ในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ตามผลการจัดอันดับ SCD University Rankings 2024 ก่อนพิธีลงนามความร่วมมือได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2570 ซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการย่อย หลัก ได้แก่ โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามนโยบาย 1 คณะ 1 อำเภอ ในจังหวัดเพชรบุรี โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามนโยบาย 1 คณะ 1 อำเภอ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด

รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่า ความร่วมมือนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยจะดำเนินการในรูปแบบ 1 คณะ 1 อำเภอ ตามความต้องการของคนในชุมชน พร้อมทั้งจัดทำ Business Model Canvas (BMC) เพื่อวางแผนการดำเนินโครงการขอ งบประมาณปี 2570 นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อนักศึกษาในการจัดการเรียนการสอนแบบ Earn While Learn ที่เน้นการลงมือปฏิบัติและมีรายได้ระหว่างเรียนผ่านการบริการวิชาการ

นอกจากความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาชุมชนแล้ว ยังมีการลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 แบบเรียลไทม์ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสอดคล้องกับที่ได้มีการประชุมวางแผนการติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองเพื่อเตรียมความพร้อมในการ รับมือการเกิด PM 2.5 ลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน

ความร่วมมือทั้งหมดนี้จะนำจุดเด่นของพื้นที่ 2 จังหวัด ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน มาสร้าง มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และถือเป็นเวทีสำคัญในการระดมความคิดเห็น เพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและความต้องการของพื้นที่ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่และจัดทำข้อตกลงร่วมกันต่อไป

