เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกประกาศเรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 40 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2560 โดยในข้อ 3 ให้เพิ่มเติม โดยกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในกำกับรัฐ ได้แก่ รองอธิการบดี ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมกำหนดเฉพาะตำแหน่งรองอธิการบดี โดยไม่รวมข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานอื่นด้วย อาทิ ผู้บริหารระดับรองอธิบดีของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับเดียวกับรองอธิการบดีเช่นกัน อีกปัญหาหนึ่งที่คือ ป.ป.ช.ออกประกาศดังกล่าวในช่วงนี้ อาจทำให้รองอธิการบดีเตรียมตัวจัดทำเอกสารไม่ทัน
นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวว่า ขณะนี้ มม.ยังให้โอกาสรองอธิการบดีทั้ง 13 คน ที่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว รักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไปก่อน แต่ถ้าพร้อมที่จะยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ก็พร้อมจะให้กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม คาดว่าจะใช้เวลารักษาการประมาณ 2-3 เดือน แต่หากไม่พร้อมก็คงต้องเปิดรับคนทำงานใหม่

