‘นฤมล’ น้อมนำพระราชดำรัส ร.10 เน้นวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์

24.10.25 | 17:03 น.

‘นฤมล’ น้อมนำพระราชดำรัส ร.10 เน้นวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ เผย 29 ต.ค.เซ็น MOU การเคหะ ซ่อมสร้างบ้านพักครู เตรียมปรับหลักเกณฑ์วิทยฐานะครูใหม่

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568 เพื่อชี้แจงนโยบาย โดยมีนางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.ศธ. นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ตลอดจนนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนผู้บริหาร สพฐ. และ ผอ.สพท. เข้าร่วมกว่า 500 คน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า การได้มาพบและพูดคุยกันในวันนี้ อยากให้มีการจัดเวียนไปแต่ละภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน ขณะเดียวกันผู้บริหารจะได้ฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ รวมถึงประสานงานภายในองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นๆ ตลอดจนรัฐบาล

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า เรื่องที่อยากเน้นย้ำคือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ได้พระราชทานไว้กับเยาวชน ถึงความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์ พระองค์มิได้ทรงต้องการให้ครูสอนแบบท่องจำว่า “เกิดอะไรขึ้นในประวัติศาสตร์แล้วมาสอบ” แต่ให้สอนเพื่อให้เด็กเข้าใจและคิดวิเคราะห์ได้ว่า “ทำไมเหตุการณ์นั้นถึงเกิดขึ้น” และ “เหตุใดผู้นำในยุคนั้นจึงตัดสินใจเช่นนั้น” เพื่อให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จึงขอฝากผู้อำนวยการเขตทุกท่านให้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองด้วย

Advertisement

นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมลยังกล่าวถึงร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ว่าสิ่งที่ท่านให้ความสำคัญคือ “สวัสดิการและความเป็นอยู่ของครู” โดยเฉพาะเรื่องบ้านพักครูที่หลายพื้นที่ยังทรุดโทรม ซึ่งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดย สพฐ.จะลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับการเคหะแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าโครงการปรับปรุงและพัฒนาบ้านพักครู จึงขอให้ สพฐ. และ สพท.สำรวจข้อมูลสภาพบ้านพักครูในแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อนำเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

“การเคหะฯเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนมาดำเนินการให้เราได้ก่อน แต่เราต้องเป็นผู้ชี้เป้าหมายให้ชัดเจนในฐานะเจ้าของข้อมูลว่าจุดใดต้องซ่อมแซม ปรับปรุง หรือสร้างใหม่ ซึ่งอาจารย์จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีมติรองรับ ประโยชน์คือ สพฐ.จะสามารถตั้งงบประมาณแบบผูกพันเพื่อชำระให้การเคหะฯได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องถูกตัดงบในปีต่อๆ ไปอีก” ศ.ดร.นฤมลกล่าว

ศ.ดร.นฤมลยังกล่าวถึงประเด็นวิทยฐานะครูว่า ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาที่พบตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ได้แก่ หลักเกณฑ์และผู้ประเมินผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะ ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้พิจารณาทบทวนแล้วในระดับหนึ่ง และจะมีการเสนอ ร่างหลักเกณฑ์ใหม่เข้าพิจารณาในวันที่ 30 ตุลาคมนี้

ส่วนปัญหาอื่นๆ เช่น งบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยพิบัติ และงบดำเนินงานของ สพท. ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. รวบรวมเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป รวมทั้งเรื่องของศึกษานิเทศก์ ที่จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจาก ผอ.สพท. ครู และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสม

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมลได้มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น รวม 140 เขตพื้นที่