จุฬาฯ แถลงจัดงาน “LoyKrathong Chula 2025” ณ AIS SIAM ชวนสืบสานประเพณีไทย ด้วยหัวใจแห่งความอาลัย

30.10.25 | 17:54 น.

แสงเดือนเต็มดวงกำลังจะกลับมาส่องประกายเหนือสายน้ำอีกครั้ง ในเทศกาลลอยกระทงที่คนไทยต่างรอคอย แต่ปีนี้…ความงดงามของประเพณีไทยจะถูกถ่ายทอดด้วยความเรียบง่ายและความสงบ เปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในช่วงถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ด้วยหัวใจแห่งความเคารพและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนความอาลัยให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการรักษาและส่งต่อความงดงามของวัฒนธรรมไทย องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม จัดแถลงข่าวการจัดงาน “LoyKrathong Chula 2025” ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงจุฬาฯ : ร้อยแสงแห่งความภักดี ลอยนทีสืบวัฒนธรรม” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568

งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ AIS SIAM พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางสยาม ที่เปิดโอกาสให้ทุกแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ได้มาเชื่อมโยงกันอย่างไร้ขีดจำกัด สะท้อนบทบาทของ AIS ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ไม่เพียงด้านเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรม

Advertisement

รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างสุดซึ้ง ในการเสด็จสวรรคตของพระองค์ พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐในการธำรงรักษา และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย พระราชทานแรงบันดาลใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าเห็นคุณค่าแห่งความเป็นไทย และภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ

เพื่อน้อมคารวาลัย ‘จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ ในฐานะแหล่งแห่งองค์ความรู้ ปัญญา รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมไทยอันงดงาม โดยจัดกิจกรรมเนื่องในวันลอยกระทงภายใต้ชื่อว่า “ลอยกระทงจุฬาฯ : ร้อยแสงแห่งความภักดี ลอยนทีสืบวัฒนธรรม”

ซึ่งนอกจากแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์แล้ว ยังได้มีการเปลี่ยนจากกระทงแบบดั้งเดิมมาเป็นกระทงเทียนที่สามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมมากมายที่จะเกิดขึ้นในงาน อาทิ ร้านอาหารกว่า 70 ร้านค้า กิจกรรมเวิร์กชอป ไปจนถึงการจุดเทียนเพื่อถวามความอาลัยในช่วงค่ำ

“เมื่อบริบทเราไม่สามารถจัดกิจกรรมบันเทิงรื่นเริงได้ เพื่อให้งานมีความเรียบง่าย เหมาะสม และสง่างาม จึงมีการจัดกิจกรรมอื่นทดแทน เช่น การจุดเทียนแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ การเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ และการจัดร้านค้าอาหารและสินค้าทำมือ เชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วม โดยขอความร่วมมือให้แต่งกายด้วยชุดสีขาว-ดำ หรือสีไว้ทุกข์ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ”

นายธนูเมษ พรหมสาขา ณ สกลนคร ประธานโครงการฯ กล่าวถึงแนวทางการจัดงานครั้งนี้ว่า ในห้วงเวลาแห่งความอาลัยนี้ พวกเรานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงตั้งใจจะสืบสานและต่อยอดประเพณีไทยด้วยความเคารพและสำรวม ผ่านกิจกรรมลอยกระทง ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้การสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยความสำนึก และร่วมสมัย ด้วยหัวใจของคนรุ่นใหม่

ในฐานะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ใจกลางเขตเศรษฐกิจ จึงขอเป็นพื้นที่ที่จะนำพาประเพณีลอยกระทง ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์แห่งความไว้อาลัย ให้เป็นงานที่เรียบง่าย สงบ สง่างาม และเปี่ยมด้วยความหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตาม

“ภายในงานยังคงมีกิจกรรมที่สืบสานคุณค่าทางจิตใจ และบางกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงถึงพลังของนิสิตในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยให้เข้ากับโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ  ความสว่าง และความระลึกถึง แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงของความโศกเศร้า แต่ผมเชื่อมั่นว่างานลอยกระทงที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและพื้นที่ในการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความเรียบง่ายและสมพระเกียรติ”

สำหรับงานลอยกระทงจุฬาฯ ภายใต้แนวคิด “ร้อยแสงแห่งความภักดี ลอยนทีสืบวัฒนธรรม” จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ณ บริเวณสระน้ำจุฬาฯ และลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดยเชิญชวนนิสิต ศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไปร่วมสืบสานรักษาประเพณีไทย พร้อมแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ไฮไลต์ของงาน ได้แก่ พิธีลอยกระทงเทียน บริเวณสระน้ำหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล, นิทรรศการจัดแสดงการส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีไทย, นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, กิจกรรมเวิร์กชอป ที่บูรณาการศิลปะ ประเพณีลอยกระทง และความเป็นไทยเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีตลาดกลางคืนที่ รวบรวมอาหาร เครื่องดื่ม และขนมจากนิสิตและพันธมิตร สร้างบรรยากาศอบอุ่นตลอดทั้งงาน