4 อปท. คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย จากบพท. 

31.10.25 | 16:57 น.

 

4 อปท. คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย จากบพท. 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. และอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ริเริ่มจัดกิจกรรมมอบ “รางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย” หรือ “Thailand Learning City Award” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อกระตุ้นให้ผู้นำเมืองหรือตัวแทนของผู้นำเมือง ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของการแสวงหาองค์ความรู้ไปจัดทำแผนพัฒนาเมืองตลอดจนบริหารจัดการปัญหาของเมืองให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อพลเมืองที่เป็นสมาชิกของเมือง

“แนวทางการดำเนินการพิจารณามอบรางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย เป็นการประยุกต์มาจากกระบวนการคัดสรรต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก มาใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย และอยู่ภายใต้หลักคิดที่ต้องการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อเป็นเครื่องมือและกระบวนการในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย และพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการปูทางไปสู่การผลักดันให้แพลตฟอร์มเมืองแห่งการเรียนรู้ของประเทศไทย” (Thailand Learning City Platform)

รศ.ดร.ปุ่น กล่าวเติมว่า การมอบรางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยครั้งปฐมฤกษ์นี้ จะแบ่งรางวัลออกเป็น 4 หมวดคือ เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจ เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านเด็กและเยาวชน เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเมืองแห่งการเรียนรู้ด้านลดความเหลื่อมล้ำ โดยการพิจารณาคัดเลือกเมืองแห่งการเรียนรู้ ให้ได้รับรางวัลแต่ละประเภท คณะกรรมการจะพิจารณาจากองค์ประกอบหลักของการพัฒนาเมือง 5 ประการ คือ 1. ผู้นำเมือง มีธรรมาภิบาลและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ 2. มีแผนการพัฒนาคนและพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 3. มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. มีการระดมทรัพยากรและกลไกความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในพื้นที่และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 5. มีผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเมืองที่เข้าเกณฑ์ได้รับรางวัลต้องมีคะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน และเมืองที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลเมืองยอดเยี่ยมในแต่ละด้าน

Advertisement

“ในการจัดงานครั้งแรกนี้ เทศบาลเมืองปัตตานี คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านเมืองเศรษฐกิจ อบจ.ปัตตานี คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านลดความเหลื่อมล้ำ เทศบาลนครตรัง คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านเด็กและเยาวชน และ เทศบาลเมืองตาก คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงเมืองศักยภาพสูง ได้แก่ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี (ด้านเมืองเศรษฐกิจ), อบจ.สตูล (ด้านเมืองอัตลักษณ์ท้องถิ่น), อบต.เชียงดาว (ด้านเมืองสำหรับเด็กและเยาวชน) และเทศบาลเมืองแสนสุข (ด้านเมืองลดความเหลื่อมล้ำ) ซึ่งเป็นการแสดงถึงความสำเร็จของเมืองต้นแบบการเรียนรู้ของประเทศไทย”

นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวถึงความรู้สึกในโอกาสได้รับรางวัลว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้ โดยแรงบันดาลใจที่นำมาสู่การส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ตัวเป้าหลักคือ
เรื่องเด็กที่ด้อยโอกาส ซึ่งการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันเด็กกลุ่มด้อยโอกาสจะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก ถ้าเราไม่มาปิดช่องว่างตรงนี้จะทำให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน ก็เลยทำให้สนใจที่จะต้องมาเติมเต็มให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งการที่มีกิจกรรมมอบรางวัลในลักษณะนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ในสังคมว่ายังมีโอกาสสำหรับเด็กกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งจะทำให้การเก็บข้อมูลที่ตกหล่นได้เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญคือการที่เรามีภาคีอย่างสภาเด็กและเยาวชนที่ทำงานแข็งขันมากเข้ามาร่วมด้วย

นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล และรางวัลนี้ที่ใช้เกณฑ์พิจารณาระดับสากล ทำให้เรามั่นใจในแนวทาง และแผนงานของเราที่มุ่งพัฒนาเมืองสตูลให้เจริญก้าวหน้า โดยยังรักษาคุณค่าของเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเมืองเอาไว้ให้คนในพื้นที่มีความภาคภูมิใจ