นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขาการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ และสาขาบูรณาการสุขภาพและความงาม และปริญญาโท หลักสูตรวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และหลักสูตรธรรมชาติบำบัดกับโฮมีโอพาธีย์ ซึ่งเน้นสอนลูกศิษย์ และประชาชนทั่วไปให้รักสุขภาพ ดูแลตนเอง ดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสาธารณะทางสุขภาพ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของเรา จึงถึงเวลาที่ต้องออกมาท้วงติงในกฎเกณฑ์บางอย่างที่ภาครัฐกำหนดออกมาแล้ว อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยได้
นพ.บรรจบกล่าวอีกว่า อย่างกรณีเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา มีอนุสนธิจาก 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิยช์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2 ชนิด ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 โดยภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ต้องยุติการนำเข้าสารเคมีทั้ง 2 ตัว เนื่องจากพาราควอตจัดเป็นยาพิษอย่างแรง ไม่สามารถถอนพิษได้ 47 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว ส่วนคลอร์ไพริฟอสทำให้เกิดความผิดปกติสมอง ไอคิวเด็กลดลง สมาธิสั้น กระทบต่อระบบต่อมไร้ท่อ การเจริญเติบโต เสี่ยงเป็นพาร์กินสัน ที่ผ่านมามีถึง 81 บริษัทที่นำเข้าสารเหล่านี้ ขณะเดียวกันสารไกลโคเสตเพิ่มเสี่ยงมะเร็ง เบาหวาน ความดันเลือดสูง อัลไชเมอร์ กำลังพิจารณานั้น ตนเห็นว่าสมควรทบทวนมติดังกล่าว ยุติการขาย การนำเข้า และกำจัดเคมีดังกล่าวให้หมดไปในทันทีหรือไม่ เพราะมติดังกล่าวดูเผินๆ แล้วอาจหลงคิดว่าเป็นเรื่องดี แต่ที่แท้แล้วน่าจะไม่เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามจะยิ่งซ้ำเติมสุขภาพคนไทยหรือไม่ เนื่องจากทั้ง 5 กระทรวงเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าสารเคมีดังกล่าวเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากมาย ประเทศที่เป็นอารยะทั้งหลายต่างก็เลิกใช้กันหมดแล้ว แต่แทนที่จะฟันธงเลิกขายเลิกนำเข้า เพื่อคุ้มครองคนไทยโดยเร็ววัน กลับออกมติให้นำเข้าต่อถึงสิ้นปี 2560 แปลว่าเหลือเวลาอีก 9 เดือนที่ใครจะนำเข้าให้รีบนำเข้ามา และเมื่อนำเข้าเต็มพิกัดแล้ว ก็ให้รีบระดมขายให้หมดภายใน 2 ปี
“อยากถามกระทรวงทั้ง 5 ว่านโยบายแบบนี้กำลังเอื้อกับพ่อค้า หรือเอื้อกับประชาชนกันแน่ พ่อค้าร่ำรวยมาหลายสิบปีแล้วกับยาฆ่าแมลงที่มาฆ่าคนไทย ทำไมไม่ยุติการซื้อขายสารพิษที่ทุกฝ่ายก็สรุปชัดเจนแล้วให้หมดไปโดยเร็วที่สุด” นพ.บรรจบกล่าว

