เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และโครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อรับฟังความคิดเห็นและรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของทั้งสองโครงการ ตลอดจนความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ อาทิ การดำเนินงานบัญชีนวัตกรรมไทยและบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทย ว่า มหาวิทยาลัยไทยมีจำนวนมาก งบประมาณที่ผ่านมามีจำนวนจำกัด แต่ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)มีงบประมาณให้ถึง 1,400 ล้านบาท จึงต้องจัดระบบในการเข้าถึงนักวิจัยแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อมารับทุนของ สกว. ซึ่งเป็นแกนหลักของงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายกฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า สกว.จะต้องมองภาพใหญ่และทำให้เกิดบันไดนักวิจัยอาชีพให้ได้ในมหาวิทยาลัย พยายามก้าวข้ามกระบวนทัศน์ให้นักวิจัยทำวิจัยเต็มเวลา นอกจากนี้ยังต้องเชิญชวนให้นักวิจัยพัฒนางานอย่างต่อเนื่องจนขับเคลื่อนให้ออกสู่พาณิชย์ได้ ซึ่งคงไม่ได้ทำสำเร็จได้ในโครงการเดียว ส่วนใหญ่ยังต้องมีการปรับปรุงและทดสอบผลงานจนแน่ใจจึงจะนำไปใช้ได้จริง
ด้านนายประเสริฐ ภวสันต์ ผู้อำนวยการ พวอ. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 พวอ.ได้จัดสรรทุนไปแล้วรวม 106 ทุน คิดเป็นงบประมาณจำนวน 94.63 ล้านบาท มีภาคเอกชนร่วมลงทุน 105 โครงการ โดยกระจายตัวในทุนระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจำนวน 102 ทุน ใน 21 มหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้ร่วมทุนมากที่สุด คือ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร และการแพทย์ครบวงจรตามลำดับ ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล รวมทั้งอุตสาหกรรมที่ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย เช่น เครื่องจักรและโลหะการ ก่อสร้างและวัสดุ่กอสร้าง เซรามิกส์ ไม้และเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

