สกศ.-สพฐ. จับมือขับเคลื่อน “เรียนรู้ผ่านการวิจัย” ปลูกฝังนักวิจัยรุ่นเยาว์ 4 จังหวัดนำร่อง

6.11.25 | 11:41 น.

สกศ.-สพฐ. จับมือขับเคลื่อน “เรียนรู้ผ่านการวิจัย” ปลูกฝังนักวิจัยรุ่นเยาว์ 4 จังหวัดนำร่อง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เรื่อง การส่งเสริมการวิจัยสำหรับนักวิจัยรุ่นเยาว์ ผ่านการประสานความร่วมมือทางวิชาการ โดยมี นายสุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการกพฐ. น.ส.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษาของ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นางอาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้บริหาร บุคลากร สกศ. และ สพฐ. เข้าร่วม

นายประวิต กล่าวว่า เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานทักษะการวิจัยและเป็นต้นแบบสำคัญในการให้สถานศึกษาได้นำ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัย บูรณาการเข้ากับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดการตั้งคำถาม รวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ และสรุปข้อมูล ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เกิดการคิดแบบเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นทักษะสำคัญของนักวิจัยในอนาคต การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง สกศ. และ สพฐ. ในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “เรียนรู้ผ่านการวิจัย” (Research-based Learning) สู่ห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ดังนี้ ส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ร่วมบูรณาการเข้ากับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกให้นักวิจัยรุ่นเยาว์ต่อการวิจัย ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาครูผู้สอน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัย ผ่านการจัดอบรมครูและจัดทำแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความรู้สำหรับครูทั่วประเทศ

“สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ของ สกศ. และ สพฐ. จะนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยร่วมบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ในเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ นครพนม และน่าน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการและขยายผลการเรียนรู้ผ่านการวิจัยให้เหมาะสมและสอดคล้องตามบริบทพื้นที่ของเขตพื้นที่การศึกษา โดยมุ่งหวังให้การจัดการเรียนรู้ฐานวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างครูผู้สอนและผู้เรียนให้เป็น “นักคิด นักพัฒนา” ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”นายประวิต กล่าว

ด้านนายพิเชฐ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้นักเรียนได้คิดอย่างเป็นระบบและกล้าแสดงออกในการนำเสนอผลงาน อีกทั้งได้ร่วมงานกับ สกศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานทางวิชาการที่รวบรวบแหล่งข้อมูลด้านการศึกษาอย่างกว้างขวาง โดยเริ่มดำเนินการกับ 4 จังหวัดนำร่อง ซึ่งจะเป็นต้นแบบและขยายผลในการพัฒนาครูผู้สอนและนักเรียนในที่นี้ด้วย

Advertisement