นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 与虎谋皮/與虎謀皮 yǔ hǔ móu pí (ยหวี หู่ โหมวผี) โดย คำว่า
与/與 yǔ (ยหวี่ ในที่นี้จะออกเสียงเป็นยหวี) แปลว่า ด้วย ร่วมด้วย กับ
虎 hǔ (หู่) แปลว่า เสือ
谋/謀 móu (โหมว) แปลว่า ปรึกษาหารือ ร่วมมือ
皮 pí(ผี) แปลว่า หนัง ผืนหนัง
เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ปรึกษากับเสือเพื่อขอหนังเสือ ต้องการถลกหนังเสือด้วยการไปขอร้องเสือ ในสุภาษิตคำนี้ มันมีความหมายที่สื่อไปในเชิงลบ โดยให้ความหมายว่า การขอความร่วมมือกับผู้ที่เห็นแก่ตัว ย่อมไม่อาจทำได้ หรือการไปขอความร่วมมือหรือขอความช่วยเหลือจากคนที่ต้องเสียผลประโยชน์โดยตรงนั้น ย่อมไม่ได้รับความร่วมมือเป็นแน่นอน มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
จีนในยุคราชวงศ์โจว มีชายผู้โง่เขลาเบาปัญญาคนหนึ่ง ฝันอยากทำเสื้อคลุมขนสัตว์อันล้ำค่า เขาฝันอยู่ตลอดว่าตัวเองได้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกที่สวยงามมูลค่านับพันตำลึง แค่คิดถึงก็มีความสุขแล้ว และในขณะเดียวกันเขาก็อยากกินอาหารอร่อย ๆ ฝันถึงมันทั้งวัน ซึ่งแค่คิดแค่ฝันเพียงเท่านี้ น้ำลายไหลแห่งความอยากกินถึงกับไหลย้อนเลยทีเดียว แต่ความจริงนั้นย่อมโหดร้ายเสมอ วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ความฝันของเขาไม่เคยเป็นจริง เขารู้สึกว่างเปล่าภายในใจ เขาควรต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง คิดได้เช่นนี้ เขาจึงขึ้นเขาไปปรึกษาสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง เขาพูดความในใจให้กับสุนัขจิ้งจอกฟังว่า “สุนัขจิ้งจอกจ๋า โปรดช่วยผมหน่อยเถอะ ผมอยากได้หนังจิ้งจอกที่สวยงามมาทำเสื้อคลุมที่ผมใฝ่ฝันมาตลอด สุนัขจิ้งจอกโปรดช่วยข้าด้วยเถอะ!” ก่อนที่เขาจะพูดจบ สุนัขจิ้งจอกตัวนั้นรีบเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกระจายข่าวนี้ไปในฝูงสุนัขจิ้งจอกทั้งป่า ตั้งแต่นั้นมาเหล่าสุนัขจิ้งจอกทั้งหมดก็ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาและไม่ปรากฏตัวอีกเลย
เมื่อหาหนังสุนัขจิ้งจอกไม่ได้ เขาจึงไปปรึกษาแพะ แล้วกล่าวกับแพะว่า “พี่แพะจ๋า ช่วยข้าด้วย ขอให้ข้าได้กินเนื้ออันโอชะของเจ้าเถิด ข้าฝันมานานแล้วว่าจะได้กินเนื้อนุ่ม ๆ ของเจ้า โปรดเมตตาข้าด้วยเถิด!” เมื่อแพะได้ยินสิ่งที่เขาพูด มันก็ร้องตกใจ พร้อมทั้งป่าวประกาศให้เหล่าแพะป่าทั้งหลายหลบหนีเข้าป่าเข้าภูเขาไป ไม่ปรากฏตัวอีกเลย
ดังนั้นแม้ว่าชายผู้นี้จะมีความฝัน มีความจริงใจและยังได้วางแผนไว้อย่างดีแล้ว แต่สิบปีผ่านไป เขาก็ยังทำเสื้อขนสุนัขจิ้งจอกที่ใฝ่ฝันไว้ไม่ได้ และเขาก็ยังกินเนื้อแพะนุ่ม ๆ ไม่ได้เลย
ต่อมาสัตว์ในเรื่องก็ถูกเปลี่ยนจากสุนัขจิ้งจอกเป็นเสือแทน เพราะเสือเป็นสัตว์นักล่าที่น่ากลัว ที่ชอบอยู่โดดเดี่ยว ย่อมไม่สนใจเรื่องส่วนรวม และเป็นสัญลักษณ์ของผู้โหดเหี้ยม เพื่อให้คำนี้ดูมีความน่ากลัวและชี้ให้เห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ในการเจรจาขอความร่วมมือจากเสือนั่นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:去跟所谋求的对象有利害冲突,是不可能成功的。
成語比喻:去跟所謀求的對象有利害衝突,是不可能成功的。
Chénɡyǔ bǐyù:Qù ɡēn suǒ móuqiú de duìxiànɡ yǒu lìhài chōnɡtú, shì bù kěnénɡ chénɡɡōnɡ de.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ชวี่ เกิน สั่ว โหมวฉิว เตอะ ตุ้ยเซี่ยง โหย่ว ลี่ไห้ ชงถู, ฉื้อ ปู้ เข่อเหนิง เฉิงกง เตอะ.
สุภาษิตเปรียบว่า การไปขอความร่วมมือจากคู่เจรจาที่มีการขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยตรง ย่อมไม่อาจสำเร็จได้
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
你要与只追求自身利益、不顾及他人感受的人合作,就如同与虎谋皮,决不能成功的。
你要與只追求自身利益、不顧及他人感受的人合作,就如同與虎謀皮,決不能成功的。
Nǐ yào yǔ zhǐ zhuīqiú zìshēn lìyì, búɡù jí tārén ɡǎnshòu de rén hézuò, jiù rútónɡ yǔhǔmóupí, jué bùnénɡ chénɡɡōnɡ de.
หนี่ เหย้า หยวี จื่อ จุยฉิว จื้อเฌิน ลี่อี้, ปู๋กู้ จี๋ ทาเหริน ก่านโฉ้ว เตอะ เหริน เหอจั้ว, จิ้ว หรูโถง ยหวีหู่โหมวผี, เจว๋ ปู้เหนิง เฉิงกง เตอะ.
คุณคิดอยากร่วมมือกับคนที่เอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น มันก็เหมือนกับการเจรจาขอหนังเสือจากเสือ ซึ่งจะไม่มีวันทำสำเร็จได้
