เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ศูนย์บริการการศึกษา กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยนครพนม อาคาร ณ นคร ถนนแจ้งวัฒนะ นายภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสภา มนพ.วาระพิเศษ ว่า วันนี้กรรมการสภาเข้าประชุมครบองค์ประชุม โดยมีทั้งหมด 13 คน จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 16 คน โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายจินดา งามสุทธิ อุปนายกสภา มนพ.เป็น รักษาอธิการบดี มนพ.พร้อมตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มี นพ.วุฒิชัย ธนาพงศธร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน ตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ลาออกเนื่องจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น 5 คน และลาออกเนื่องจากได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นกรรมการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) 1 คน รวม 6 คน มีนายสุนทร บุญญาธิการ รองประธาน กกอ.เป็นประธาน และตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้แทนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ลาออกเนื่องจากหมดวาระ 2 คน มีนายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน ทั้งนี้ คาดว่าการสรรหาอธิการบดี มนพ.คนใหม่จะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ภายใน 3 เดือน หากไม่มีเหตุขัดข้องในกระบวนการสรรหา ส่วนตำแหน่งรองอธิการบดี และคณบดี จะหารือกันต่อไป
“ที่ประชุมได้วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับ และเห็นว่าปัญหาสำคัญที่จะต้องเร่งกู้สถานการณ์ของ มนพ.คือคุณภาพการศึกษา โดยจากการประเมินคุณภาพภายในที่ผ่านมา พบว่าหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนอยู่กว่าครึ่งหนึ่งไม่ผ่าน และมีความพยายามแก้ไขแล้ว ดังนั้น สภาจะลงไปดูว่าหลักสูตรต่างๆ แก้ไขอยู่นั้นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาอย่างไร ถ้าต่ำกว่าจนแก้ไขไม่ได้ สภาจะปิดหลักสูตร แต่ถ้ายังแก้ไขได้จะเร่งแก้ไขตามข้อมูลที่มีอยู่ว่าอ่อน และต้องเสริมด้านไหน” นายภาวิชกล่าว
นายภาวิชกล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พบว่าเกิดปัญหาจากบุคลากรไม่กี่คน และเกิดจากโครงสร้างมหาวิทยาลัยไม่กี่ส่วน โดยกลุ่มที่ชุมนุมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในภาพที่ปรากฎเป็นข่าวมีเป็นร้อยคนแต่พอดูแล้ว เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยแค่ 14 คน ที่เหลือเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งจะตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ จากการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มาจากคณะศึกษาศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งพยายามชักชวนคณะอื่นๆ แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะไม่ใช่ความชอบธรรม เบื้องต้นคิดว่ามีสาเหตุมาจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะศึกษาศาสตร์ได้เสนอให้สภาอนุมัติปริญญาให้แก่ผู้ที่อ้างว่าสำเร็จการศึกษาจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อเรื่องแดงขึ้นว่าคะแนนที่ส่งมาไม่เรียบร้อย หมกเม็ดขึ้นมาเพื่อให้นักศึกษาจบเร็ว แต่ในข้อเท็จจริงเมื่อสอบไม่เสร็จ คะแนนไม่มี ก็ถือเป็นความผิดของคณะกรรมการประจำคณะ ที่ส่งคะแนนให้สภาพิจารณา ถือเป็นความผิดกฎหมายอาญา เนื่องจากทำรายงานเท็จ นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา คณะศึกษาศาสตร์ได้เปิดสอนนอกที่ตั้งที่ จ.บึงกาฬ และคณะกรรมการคุรุสภาปฏิเสธออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้ เพราะเป็นหลักสูตรเถื่อนที่สภาไม่อนุมัติ ส่วนปัญหาของคณะพยาบาลศาสตร์ มาจากการที่คณบดี และรองคณบดี อนุมัติทุนเรียนปริญญาเอกของโครงการไทยเข้มแข็งให้ตนเอง ทั้งนี้ ทั้ง 2 เรื่องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ให้สภาแจ้งอธิการบดี มนพ.ลงไปตรวจสอบ ดังนั้น จึงไม่ใช่การล้วงลูก หรือคิดว่าล้มสภาชุดนี้แล้วสิ่งที่ทำกันไว้จะหายไป ตรวจสอบไม่ได้ และสิ่งที่สภาทำอยู่คือการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย
“ที่บอกว่าจะเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุม มนพ.นั้น เสนอได้ แต่ผมเห็นว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ล่มสลาย กรรมการสภามีสติ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่โนบอดี้ ฉะนั้น สิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คือเรากำลังแก้ปัญหาธรรมาภิบาล และคุณภาพการศึกษา” นายภาวิชกล่าว

