เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า “จากการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของพี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา การเก็บข้อมูลเชิงวิจัย รวมทั้งการหารือร่วมกับคณะกรรมการในที่ประชุม ได้นำไปสู่การพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับการประชุมในครั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการย้ายข้าราชการครู ซึ่งครูหลายท่านให้ความสนใจ
“ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ ศธ.เร่งดำเนินการให้ครูได้ย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยคณะกรรมการวิเคราะห์ในหลายมิติแล้วเห็นว่าการย้ายข้าราชการครูในครั้งที่ 1 ปี 2569 ที่จะถึงนี้ ให้ระงับการย้ายข้าราชการครูผ่านระบบ TRS ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 6/2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ เดิม หรือ ว 18/2566 มาใช้สำหรับการพิจารณาการย้ายข้าราชการครูไปพลางก่อน” นางนฤมล กล่าว
นางนฤทล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักงาน ก.ค.ศ. และทีมพัฒนาระบบได้ทบทวนและวางแผนดูแล้วว่าระยะเวลาที่จะใช้ในการพัฒนาระบบ TRS ณ ตอนนี้ไปจนถึงรอบการย้ายครั้งที่ 1/2569 มีระยะเวลาเพียงเดือนเศษ อาจทำให้การพัฒนาระบบ TRS เสร็จไม่สมบูรณ์และใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้ระบบสมบูรณ์ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การย้ายที่พัฒนาให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งในเรื่องของตำแหน่งว่าง จากเดิมที่ให้ระบุได้เพียง 1 วิชาเอกต่อ 1 อัตราว่าง ปรับเป็นสามารถระบุวิชาเอกได้สูงสุด 3 วิชาเอกต่อ 1 อัตราว่าง เพื่อความยืดหยุ่นในการพิจารณาย้าย รวมถึงการขยายพื้นที่ในการเลือกยื่นคำร้องขอย้าย โดยให้สามารถเลือกในสถานศึกษาใด ๆ ก็ได้ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นในจังหวัดเดียวกัน และถึงแม้ว่าจะใช้หลักเกณฑ์เดิมชั่วคราว แต่ยังคงกำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรมในการดำเนินการทุกขั้นตอน และการอำนวยความสะดวกให้กับครูที่ต้องการขอย้ายให้มากที่สุด
“การลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงของพี่น้องครูในแต่ละภูมิภาคที่ผ่านมา ทำให้เราได้เข้าใจถึงบริบทการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และความต้องการที่แท้จริงของครู ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านทรัพยากร บริบทแวดล้อม และความท้าทายในการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์การปฏิบัติงานจริง โดยยืนยันที่จะพัฒนาระบบบริหารบุคลากรของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทันสมัย มีความยืดหยุ่น ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันยกระดับการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว
ด้าน นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. จะประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการ แนวปฏิบัติ ข้อกำหนดและเงื่อนไข รายละเอียด องค์ประกอบ ตัวชี้วัด รวมทั้งปฏิทินการย้ายข้าราชการครูฯ เพื่อเป็นฐานรองรับในการพัฒนาระบบ TRS ต่อไป การนำ ว 18/2566 มาใช้ในการย้ายรอบที่ 1 ของปี 2569 นี้ ก็เพื่อให้การดำเนินการย้ายไม่ติดขัดในระหว่างกระบวนการพัฒนาระบบ TRS ระยะที่ 3 และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการครูให้สามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีครูที่ยื่นคำร้องขอย้ายกรณีพิเศษ หรือ กรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผ่านระบบ TRS ไว้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2569 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และส่วนราชการอื่น พิจารณาย้ายกรณีดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ว 6/2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อไปจนแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ ก.ค.ศ. ยังได้เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนวิทยาศาสตร์ จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งฯ ครูผู้ช่วยที่มีศักยภาพ มีพื้นฐานความรู้ เข้าใจและเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่อไป

