สุดเจ๋ง! เยาวชนไทย คว้า 2 รองแชมป์โลกแข่งหุ่นยนต์ WRO 2025
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ ประเทศสิงคโปร์ บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD นำทีมเยาวชนไทย กว่า 80 คน เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ World Robot Olympiad 2025 (WRO 2025) ภายใต้แนวคิด “The Future of Robots” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน ที่ Sands Expo and Convention Centre, Marina Bay Sands โดยมีเยาวชนจาก 90 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้
บรรยากาศการแข่งขันในวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายยังคงเป็นไปด้วยความคึกคักและความเข้มข้น เนื่องจากหลายประเภทเข้าสู่รอบตัดสิน หลังจากที่เยาวชนได้ซักซ้อมและแข่งขันรอบแรกมาตลอดสองวันที่ผ่านมา

ใน การแข่งขันประเภท RoboMission ช่วงเช้าได้มีการประกาศ Day 2 Challenge หรือภารกิจประจำวันสุดท้ายให้ทีมผู้เข้าแข่งขันนำไปออกแบบกลยุทธ์และตั้งโปรแกรมใหม่ก่อนลงทำคะแนนจริง โดยทีมในแต่ละรุ่นได้ลงแข่งขัน Challenge Round 1 และ Challenge Round 2 ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเพื่อรอฟังผลคะแนนรวมจากคณะกรรมการ
สำหรับ การแข่งขัน Future Innovators ซึ่งเป็นการประกวดแนวคิดและนวัตกรรมหุ่นยนต์ ทีมผู้เข้าแข่งขันจะไม่ได้มีรอบลงสนามเพิ่มเติมในวันสุดท้าย แต่จะเข้าสู่ช่วง Final Deliberation Meeting ซึ่งเป็นการประชุมตัดสินผลงานขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการ ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันจะใช้เวลาอยู่ที่บูธของตนเองเพื่อนำเสนอผลงานให้กับผู้สนใจ

ด้าน การแข่งขัน RoboSports ทีมผู้เข้าแข่งขันจะลงสนามในรอบ Final Rounds ซึ่งเป็นรอบตัดสินของการแข่งขัน Double Tennis หลังจากสะสมคะแนนมาตลอดในช่วง2วันที่ผ่านมา โดยทีมต้องทำงานประสานกันในการผลักลูกปิงปองสีส้มและป้องกันลูกปิงปองสีม่วงเพื่อเก็บคะแนนให้ต่ำที่สุดตามกติกา ก่อนสิ้นสุดภารกิจทั้งหมดในช่วงเที่ยงวัน
ส่วน ประเภท Future Engineers จะลงแข่งขันในรอบสำคัญคือ Obstacle Challenge ซึ่งทดสอบความสามารถของหุ่นยนต์ในการหลบบทดสอบ จำลองสถานการณ์ และประมวลผลเส้นทางอย่างแม่นยำ หลังจากนั้นทีมจะเข้าสู่ช่วง Free Time และดำเนินการเก็บอุปกรณ์และบูธนิทรรศการในช่วงบ่าย

หลังจากนั้นในช่วงเย็นได้มีการประกาศรางวัลของการแข่งขันในทุกประเภทโดยประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลได้ดังต่อไปนี้ รางวัลรองชนะเลิศประเภท Future engineer ทีม KMIDS GFM จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMIDS)
รางวัลรองชนะเลิศ ประเภท Robosports ทีม KMIDS NO.1 is here จาก KMIDS
นอกจากนี้ ทีมตัวแทนจากประเทศไทยยังสามารถคว้าอันดับที่ 4 และอันดับที่ 5 เพิ่มเติมในอีก 2 รายการ ดังนี้ อันดับที่ 4 ประเภท Robosports ทีม Panya Robot และอันดับที่ 5 ประเภท Robomission ระดับ Junior ทีม Brain Step

ผศ. ดร.รวิน ระวิวงศ์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า จากการที่ได้มีโอกาสสัมผัสการแข่งขัน WRO มาตั้งแต่ปี 2018 ก็ได้เห็นพัฒนาการของการจัดการแข่งขัน ครู และเด็กที่มาเข้าร่วม และสำหรับไทยก็ถือเป็นประเทศที่มีการส่งเข้าแข่งขันจำนวนหลายทีมและได้รับรางวัลในทุกปีแสดงให้ถึงความสนใจของเด็ก โรงเรียน และผู้ปกครอง เวทีนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสนใจในเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ไม่เพียงแต่เฉพาะทักษะความสามารถ แต่ยังเปิดโอกาสให้เด็กๆจากทุกประเทศได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
“เด็กเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และต้องขอบคุณหลายๆหน่วยงาน ที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนที่แข่งจบในครั้งนี้ก็จะไม่หยุดเพียงเท่านี้หลังจากนี้ก็อาจจะพัฒนาไปสู่การเป็นผู้สอน หรือตามมาให้กำลังใจในรุ่นหลังที่มาแข่งขัน”ผศ. ดร.รวิน กล่าว
ผศ.ดร.รวิน กล่าวต่อว่า ศักยภาพของเยาวชนไทยในเรื่องนี้สามารถสู้ได้กับประเทศทั่วโลก ตนอยากให้มีการเปิดโอกาสและส่งเสริมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะการแข่งขันหุ่นยนต์ที่ทำให้เห็นภาพว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสนุก นอกจากนี้แหล่งเรียนรู้ต่างๆก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน รวมไปถึงการสนับสนุนในห้องเรียนโดยการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเสริมการเรียนการสอนเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆที่ทำให้เกิดการเรียนรู้

ด.ช. ธีรดนย์ พิเชฐพงศา ผู้เข้าแข่งขันทีม KMIDS NO.1 is here รางวัลรองชนะเลิศ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้ที่ 2 จากการแข่งขันระดับโลก ถึงแม้จะเสียดายที่ไม่ได้ที่ 1 แต่ก็จะเก็บเป็นบทเรียนเพื่อทำให้ได้รางวัลที่ดีขึ้นในปีถัดไป ซึ่งการแข่งในรอบนี้มีความท้าทายในเรื่องของการแข่งขันจริงไม่เหมือนกับที่ซักซ้อม ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดและต้องใช้ทักษะในการแก้ไขเฉพาะหน้า
“การมาแข่งในครั้งนี้ก็ได้ทำให้มีโอกาสเรียนรู้จากเพื่อนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างในทีมฟิลิปปินส์ที่เป็นแชมป์ในปีนี้ก็จะมีเทคนิคเฉพาะตัวที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ที่เรามีได้ หรืออย่างการที่ได้พูดคุยกับทีมไต้หวันก็ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำให้หุ่นยนต์มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจึงถือเป็นประโยชน์อย่างมากที่ไม่ใช่มีแค่การแข่งขันเพียงอย่างเดียว”ด.ช.ธีรดนย์ กล่าว

ด.ช.ธีรดนย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้จากการแข่งในครั้งนี้คือการควบคุมสมาธิ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนอยากให้ที่ประเทศไทยมีการเพิ่มวิชาเกี่ยวกับหุ่นยนต์เข้าไปในทุกโรงเรียนในประเทศไทย เพื่อที่จะสร้างพื้นฐานให้กับเด็กทุกคนและต่อยอดสู่การแข่งขันในระดับโลกแบบ WRO มากยิ่งขึ้น

