ไฟเขียว’ว.เชิงประจักษ์’ขอวิทยฐานะ เพิ่มช่องใช้’นวัตกรรม’ประเมินผลงานเริ่ม16พ.ค.69

1.12.25 | 10:48 น.

ไฟเขียว’ว.เชิงประจักษ์’ขอวิทยฐานะ เพิ่มช่องใช้’นวัตกรรม’ประเมินผลงานเริ่ม16พ.ค.69

นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ลงนามในหนังสือ แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารการศึกษา และที่แก้ไขเพิ่มเติม และแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครและบุคลากรทางการศึกษา ครู ผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม เลื่อนวิทยฐานะฯ รวมทั้ง ตัวชี้วัด การประเมิน รายละเอียดประกอบหลักเกณฑ์และวิธีการฯ คู่มือการดำเนินการฯ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษา ทราบและถือปฏิบัตินั้น เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำผลงานเชิงประจักษ์ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่มาใช้ในการเสนอขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะในส่วนของการประเมินด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ สำหรับการขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ

นายธนู กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เดิมการประเมินด้านที่ 3 กำหนดให้มีผลงานทางวิชาการ และนวัตกรรมเชิงประจักษ์ โดยครั้งนี้ได้มีการขยายความจากหลักเกณฑ์เดิม ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะต้องมีการดำเนินการตามคู่มือ ที่สำนักงานก.ค.ศ.จัดทำให้ ซึ่งหมายความว่า ใครถนัดทำผลงานทางวิชาการ หรืองานวิจัยก็ดำเนินการได้ตามปกติ ส่วนใครมีความประสงค์จะใช้ผลงานเชิงประจักษ์ เช่น โครงงานที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เพิ่มขึ้น สิ่งประดิษฐ์ ประเภทต่าง ๆ หรือการผลิตสื่อการสอน เป็นต้น ถือเป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดทำงานวิจัย ก็สามารถทำผลงานนวัตกรรมเชิงประจักษ์มาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้อีกช่องทางหนึ่ง

“หลักเกณฑ์ดังกล่าว จะมีผลมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เพราะมีความเชื่อมโยงกับระบบ ระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล หรือ DPA ซึ่งจะเปิดให้เสนอผลงานตามรอบปีการศึกษา ทั้งนี้นวัตกรรมเชิงประจักษ์ มีกำหนดมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยนายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นเลขาธิการก.ค.ศ. เพียงแต่รายละเอียดอาจจะไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ที่จะขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ มุ่งแต่ทำวิจัย ทำให้มีเสียงสะท้อนจากครูบางกลุ่มว่า ไม่ถนัดทำงานงานวิจัย ดังนั้นจึงต้องขยายความให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นคนละส่วนกับ ว 13/2556 หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งได้ยกเลิกไปแล้ว ” เลขาธิการก.ค.ศ.กล่าว

เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประเมิน จะใช้กรรมการกลุ่มใหม่ ที่ส่วนราชการเสนอรายชื่อมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอดีตผู้บริหารที่แต่ละองค์กรหลักเสนอมา หรือข้าราชการที่ได้วิทยฐานะเชี่ยวชาญไปแล้ว และได้เสนอให้ คณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน ให้ความเห็นชอบแล้ว ดังนั้น ต่อไปนี้ผลงานวิจัย และนวัตกรรมเชิงประจักษ์ ที่แต่ละคนใช้ในการยื่นขอผลงาน ก็จะเป็นกรรมการจากหน่วยงานต้นสังกัดที่มีการเสนอรายชื่อมาเท่านั้น ถือว่ามีความเชี่ยวชาญงานของแต่ละองค์กรหลัก เพื่อลบข้อครหาที่ว่า กรรมการไม่รู้เนื้องานที่เสนอเข้ารับการประเมิน

Advertisement