โรงเรียนดังเมืองแพร่ ยึดเสื้อกันหนาวนักเรียน ทั้งที่อุณหภูมิ 10 องศา อ้างผิดระเบียบ ด้าน วรวัจน์ ขอโรงเรียนผ่อนผัน จ่อส่งเรื่องศธ.ถอดบทเรียน
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวของน้องนักเรียนรายหนึ่ง ถูกครูที่โรงเรียนดังในจังหวัดแพร่ ยึดเสื้อกันหนาว ทั้งที่อากาศหนาว 9-10 องศา เนื่องจากสีของเสื้อไม่ถูกระเบียบของโรงเรียน โดยโพสต์ผ่านกลุ่ม คนแพร่(ข่าว) ระบุว่า “ก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับเด็กที่อยู่จังหวัดแพร่ด้วยกันได้ เรื่องมีอยู่ว่าน้องเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในจังหวัดแห่งหนึ่ง น้องใส่เสื้อกันหนาวตัวนี้ไปโรงเรียน (เสื้อกันหนาวสีครีม)
(บ้านเราก็ไม่ได้มีฐานะค่อนข้างยากจน แต่แค่ส่งหลานเรียนเพื่อให้เขามีอนาคตที่ดี เลยส่งมาเรียนที่โรงเรียนนี้) เราอยู่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ถึงครอบครัวจะไม่มีอำนาจเงินทอง แต่ก็อยากให้เมตตากัน น้องใส่เสื้อสีนี้ซึ่งมันผิดกฎของโรงเรียน แต่มันก็ดูว่าสีสุภาพไม่ใช่หรอค่ะครู
- การทำผิดกฎครั้งแรกควรตักเตือนไม่ใช่หรอ?
- การทำผิดกฎ คะแนนนักเรียนมีก็หักแล้วไม่ใช่หรอ?
แต่ทำไมถึงยึดเสื้อกันหนาวน้องไป ทั้งที่บ้านเราหนาวตั้ง 9-10 องศา ให้เด็กทนหนาวเรียนหนังสือได้ยังไง? ที่หนูมาเล่าให้ทุกคนฟังคือหนูอยากรู้คำตอบของครูคนนั้นมากหนูควรโทรไปที่โรงเรียนใช่ไหมคะทุกคน เหตุการณ์แบบนี้จะได้ไม่เกิดกับลูกคนอื่นเขาอีก หรือว่าครอบครัวเราจนเลยเลือกปฏิบัติคะ”

ทั้งนี้ เพจ เผยแพร่ ออนไลน์ รายงานว่า นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่พรรคเพื่อไทย (พท.) เขต 3 ได้สั่งให้ นางพรรณี แสงสันต์ เลขานุการ ส.ส. พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่พูดคุยหาข้อเท็จจริงกับนักเรียนที่เกี่ยวข้อง
โดยผู้บริหารโรงเรียน เปิดเผยว่า เพิ่งได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน จึงได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายครูและฝ่ายนักเรียนมาพูดคุยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยโรงเรียนได้กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะปรับกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยคำนึงถึงสภาพอากาศและความจำเป็นของนักเรียนเป็นหลัก
ผู้บริหารยังระบุถึงข้อกังวลในมุมของโรงเรียนว่า หากปล่อยให้มีความแตกต่างของการแต่งกายโดยไม่กำกับ อาจทำให้เกิดการแข่งขันฟุ่มเฟือยในกลุ่มนักเรียน และเป็นภาระต่อผู้ปกครองที่มีความพร้อมแตกต่างกัน ดังนั้นการรักษาระเบียบพื้นฐานจึงยังจำเป็น แต่จะผ่อนปรนตามความเหมาะสม
สำหรับเหตุการณ์ยึดเสื้อกันหนาว ครูฝ่ายปกครองยืนยันว่าทำไปตามระเบียบ แต่หากนักเรียนแจ้งเหตุผลหรือขออนุญาต ครูก็พร้อมอนุโลมและคืนของให้ได้ทันที
ท้ายที่สุด เมื่อทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ถือว่าประเด็นต่างๆ ได้คลี่คลายลง โรงเรียนยืนยันว่าจะสนับสนุนนักเรียนเต็มที่ เพื่อให้มุ่งมั่นเรียนต่อจนถึงเป้าหมายในระดับมหาวิทยาลัย
นายวรวัจน์ ขอให้เหตุการณ์นี้ยุติลง และทางทีมงานจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำไปถอดบทเรียน เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนานโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงต่อไป

ล่าสุด นางพรรณี แสงสันต์ เลขานุการ ส.ส. ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดังกล่าว ความว่า “ได้รับมอบหมายให้ติดตามและดูแลเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามโพสต์ Facebook ที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนโรงเรียนดังใน จังหวัดแพร่ เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.6 แผนวิทย์-คณิต เรียนดี ที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามความฝันของตัวเอง แต่กลับต้องเจอสถานการณ์ที่ทำให้หวาดกลัวและร้องไห้ทั้งคืน ทั้งที่เป็นช่วงสำคัญของชีวิตการเรียน
น้องเติบโตมากับคุณตาอายุ 78 ปี และคุณยายอายุ 68 ปี ฐานะยากจน แต่ทั้งตา-ยายก็พยายามส่งหลานเรียนในโรงเรียนชื่อดังของจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้หลานได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และมีอนาคตที่ดีขึ้น
ผู้โพสต์เป็นน้าสาวของน้อง และ อยู่ต่างจังหวัดได้ให้ดิฉันเป็นผู้ดูแลและประสานกับทางโรงเรียนด้วยเพราะคุณตาคุณยายอายุมากแล้วไม่สามารถที่จะเดินทางมารับทราบเรื่องราวจากหลานสาวได้
ดิฉันได้ไปพูดคุยและรับฟังข้อเท็จจริงจากน้องนักเรียนโดยตรง เมื่อไปถึง น้องมีอาการหวาดกลัว ร้องไห้ และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 อากาศหนาว 13 องศา ลมแรง น้องมีเสื้อกันหนาวของโรงเรียนเพียงตัวเดียว แต่เสื้อตัวนั้น โดนก๋วยเตี๋ยวหกใส่น้องจึงรีบซักตอนกลางคืน แต่พอเช้าขึ้นมา เสื้อยังไม่แห้งน้องไม่อยากผิดระเบียบ จึงยืมเสื้อของเพื่อนในหอพัก ซึ่งเป็นเสื้อสีเทาซีดๆ ซึ่งน้องคิดว่าเรียบร้อยที่สุดแล้ว
น้องคิดเพียงว่า “ไม่อยากทำผิดกฎ” และอยากให้ดูเรียบร้อย จึงใส่มาเข้าแถว แต่พอเข้าแถว ครูฝ่ายปกครองให้ถอดเสื้อทันที บอกว่า “ผิดระเบียบ” ทั้งที่เด็กคนอื่นก็มีใส่เสื้อสีฉูดฉาดปะปนอยู่ในแถวเช่นกัน วันนั้นอากาศหนาวจัด แต่น้องต้องนั่งเรียนทั้งวันด้วยเสื้อบางๆ ตัวเดียว ตัวสั่น หนาวจนมือเย็นทั้งวัน กว่าจะเลิกเรียนถึงได้เสื้อคืน
เมื่อเราคุยกับโรงเรียน มีท่านผู้อำนวยการ ท่านรองผู้อำนวยการ อาจารย์ฝ่ายปกครอง อาจารย์ประจำชั้น ท่านรองผู้อำนวยการได้อธิบาย ว่าเป็นระเบียบของโรงเรียน และบอกว่า “วันนั้นไม่ได้หนาวขนาดนั้น” ซึ่งฟังแล้วสะเทือนใจ เพราะคนที่ทำงานด้านการศึกษาควรเข้าใจความเดือดร้อนของเด็กเป็นอันดับแรก
ดิฉันเพียงถามกลับไปว่า
- ถ้าใช้กฎ ควรใช้กับทุกคนหรือไม่?
- การลงโทษเด็กไม่ควรทำให้เด็กเสี่ยง อันตรายหรือเจ็บป่วยใช่ไหม?
- โรงเรียนควรเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่ที่ทำให้เด็กกลัวจนคิดจะออกจากระบบการศึกษา
ท่านผู้อำนวยการได้กล่าวขอโทษ และรับปากว่าจะดูแลน้องให้เรียนจนจบ ม.6 โดยไม่มีประวัติเสียหายใดๆ
แต่เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนว่า… กฎระเบียบสำคัญ แต่ “ความเป็นมนุษย์” สำคัญกว่าครูควรสอนด้วยเมตตา ไม่ใช่ความกลัว และการยึดเสื้อกันหนาวเด็ก ม.6 ในวันที่หนาว 13 องศา คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดกับเด็กคนใด”

