ประสาน 24 ร.ร.ส่งต่อเด็ก‘ร.ร.ไผทฯ’ กว่าพันคน หลังประกาศปิด นัดถกผู้ปกครอง 3 ธ.ค.

2.12.25 | 14:17 น.

ประสาน 24 ร.ร.ส่งต่อเด็ก‘ร.ร.ไผทฯ’ กว่าพันคน หลังประกาศปิด นัดถกผู้ปกครอง 3 ธ.ค.

กรณีโรงเรียนไผทอุดมศึกษาส่งหนังสือถึงผู้ปกครองทุกคน แจ้งประกาศยุติการเรียนการสอนและเลิกกิจการตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 หลังดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยโรงเรียนระบุสาเหตุจากปัญหาโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และผลกระทบทางการเงินที่สะสมต่อเนื่องนั้น

ปิดตำนาน 55 ปี โรงเรียนดังย่านบางเขน ประกาศเลิกกิจการ แจงสาเหตุเจอ 2 วิกฤตหนัก

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนไผทอุดมศึกษาได้ดำเนินการยื่นเรื่องเพื่อขอเลิกกิจการมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยกระบวนการดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่โรงเรียนต้องดำเนินการก่อนการยุติการจัดการเรียนการสอน ซึ่งหลังจากนี้โรงเรียนได้กำหนดให้มีการประชุมชี้แจงผู้ปกครองในวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับทราบรายละเอียด ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และแนวทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายสถานศึกษาของบุตรหลานอย่างเป็นขั้นตอน

นายมณฑล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ โรงเรียนไผทอุดมศึกษาได้ประสานงานไปยังโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ข้างเคียงจำนวนประมาณ 24 แห่ง เพื่อขอความร่วมมือในการรองรับนักเรียนของโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย จำนวนทั้งสิ้น 1,005 คน เพื่อให้สามารถเรียนต่อได้อย่างต่อเนื่องตามระดับชั้นที่กำลังศึกษาอยู่ โดยในส่วนของ สช. เอง จะติดตามสถานการณ์และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนจะมีสถานศึกษารองรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการยื่นคำขอปิดกิจการโรงเรียนเอกชนที่กำหนดไว้ว่าจะต้องจัดหาที่เรียนให้แก่นักเรียนทุกคน ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการหรือทางเลือกของผู้ปกครอง จะเป็นประเด็นที่ทางโรงเรียนชี้แจงเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 3 ธันวาคม

Advertisement

“สำหรับสาเหตุที่โรงเรียนแจ้งเข้ามาในการยื่นเรื่องขอเลิกกิจการนั้น เป็นไปตามข้อมูลที่โรงเรียนได้เผยแพร่ผ่านแถลงการณ์ของโรงเรียน ซึ่งชี้แจงว่ามีปัจจัยหลักจากสภาวะเศรษฐกิจ วิกฤตการณ์ในช่วงการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสหรือโควิด-19 รวมถึงจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักเรียนของโรงเรียนลดลงตามไปด้วย จึงทำให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้” นายมณฑล กล่าว

นายมณฑล กล่าวต่อว่า สำหรับครูและบุคลากรของโรงเรียน การดูแลจะเป็นไปตามข้อกำหนดในระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่าด้วยการคุ้มครองการทำงาน ซึ่งระบุว่าหากโรงเรียนมีการแจ้งครูว่าจะไม่จ้างต่อ ครูจะมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และหากมีครูหรือบุคลากรที่เป็นสมาชิกของกองทุนสงเคราะห์ของโรงเรียน ก็จะได้รับเงินในส่วนของกองทุนคืนตามสิทธิด้วย ทั้งนี้โรงเรียนไผทอุดมศึกษาได้ยื่นเรื่องขอเลิกกิจการภายใต้พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ที่กำหนดว่าโรงเรียนต้องยื่นขอเลิกกิจการไม่ต่ำกว่า 120 วันก่อนสิ้นปีการศึกษา โดยกรณีของโรงเรียนไผทอุดมศึกษาที่กำหนดจะปิดกิจการในปีการศึกษา 2569 จึงถือว่ายื่นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและอยู่ในขอบเขตการดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบ

“อย่างไรก็ตาม สช. จะมีการกำชับให้โรงเรียนที่ขอเลิกกิจการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ทั้งในส่วนของการดูแลนักเรียนทุกคน การออกเอกสารและหลักฐานทางการศึกษาที่จำเป็นสำหรับการย้ายโรงเรียน รวมถึงการดูแลสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลากร ซึ่งจะต้องได้รับเงินชดเชยตามที่ระเบียบกำหนดไว้” นายมณฑลกล่าว